back
สกลนครขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์บรู ตาม พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์
18 ส.ค. 2569 08:26
View: 118

แตงโม สกลนคร
เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2569 สภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ได้จัดเวทีสำคัญ ณ วัดรอยพระบาท บ้านคำแหว ตำบลไร่ อำเภอพรรณานิคม จังหวัดสกลนคร เพื่อขับเคลื่อนวาระสำคัญในการ เตรียมความพร้อมขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์ และเลือกสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย
โดยมีพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์บรู จาก 4 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านคำแหว บ้านหินแตก บ้านนาเลา และบ้านหนองไฮ เข้าร่วมเพื่อรับฟังสิทธิความคุ้มครองทางกฎหมายกลุ่มชาติพันธุ์อย่างอย่างมีศักดิ์ศรี พร้อมกับมี นายชัยยุทธ วัยเหนิดลื้อ รองประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ดร.ศุรวิษฐุ์ ศิริพานิชย์ศกุนต์ กรรมการบริหารสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย และ นางภาวี กิ่งประทุม ประธานสภาสตรีชาติพันธุ์ภาคอิสาน ชี้แจงหลักการและความสำคัญของ พ.ร.บ.
นายชัยยุทธ วัยเหนิดลื้อ รองประธานสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การจัดประชุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ทำให้ทางสภาฯ ต้องเร่งรัดกระบวนการขึ้นทะเบียนกลุ่มชาติพันธุ์และรับรองข้อมูลสถานะชุมชน ต่อศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ให้ทันภายในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 นี้
กลุ่มชาติพันธุ์บรู ถือเป็นกลุ่มที่มีอัตลักษณ์เด่นชัด ทั้งภาษาพูดเฉพาะตัว และวัฒนธรรมพิธีกรรมสวดศพโดยไม่มีพระสงฆ์ ซึ่งตรงกับนิยามกลุ่มชาติพันธุ์ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่ให้ความคุ้มครองสิทธิสำคัญถึง 7 ด้าน ได้แก่ สิทธิในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิในวัฒนธรรมและภาษา สิทธิในการจัดการศึกษา สิทธิในที่ดินและทรัพยากร สิทธิดำเนินวิถีชีวิตและพัฒนาตนเอง สิทธิในการมีส่วนร่วม และสิทธิในการเข้าถึงบริการของรัฐ
ยกตัวอย่างง่าย ๆ ใกล้ตัว เช่น หากมีผู้มาล้อเลียนคำว่า "อุจิด" (ซึ่งหมายถึง ตาย) สามารถเรียกร้องความรับผิดชอบฐานทำให้เสียศักดิ์ศรีได้ หรือหากชุมชนจะจัดงานประเพณีประจำปี ก็สามารถขอรับงบประมาณสนับสนุนจากท้องถิ่นได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
ทั้งนี้ นายชัยยุทธ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในที่ประชุมยังได้มีการเสนอชื่อผู้แทนกลุ่มชาติพันธุ์บรู เพื่อเข้าดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์แห่งประเทศไทย (วาระ 4 ปี) ทำหน้าที่เสนอแนะนโยบาย คุ้มครองสิทธิ และส่งเสริมภูมิปัญญาต่อไป
.
.
หากย้อนดูเส้นทางประวัติศาสตร์ จากหนังสือของ ผศ.ดร.สพสันติ์ เพชรคำ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ระบุว่า กลุ่มชาติพันธุ์บรูและไทโส้อพยพเข้ามาในราชอาณาจักรรัตนโกสินทร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2362 ในรัชกาลที่ 3 กระจายตัวอยู่ในเขตจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหาร และกาฬสินธุ์ จนถึงปัจจุบัน (พ.ศ. 2569) รวมเป็นระยะเวลากว่า 207 ปี
ด้าน อาจารย์สายฝน ปุนหาวงค์ ประธานสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ซึ่งเข้ามาขับเคลื่อนงานวิจัยร่วมกับวิสาหกิจชุมชนสมุนไพรบรูไฮ (ไทบรู) เผยว่า จุดเริ่มต้นมาจากโมเดลแก้จนเมื่อปี 2565 ได้รับทุนจาก หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ที่พบว่าประชากรบ้านคำแหวตกสำรวจ TPMAP ทำให้ขาดโอกาสพัฒนา ต่อมาจึงได้ร่วมมือกับเทศบาลตำบลไร่สำรวจและรับรองข้อมูลครัวเรือนยากจน 26 ครัวเรือนเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือ
นอกจากนี้ ทีมวิจัยยังได้นำภูมิปัญญา "สมุนไพร" ของชาวบรูมาต่อยอด ผ่านการบูรณาการพลังความร่วมมือ "บ้าน วัด โรงเรียน" จนกระทั่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ "สบู่สมุนไพรไทบรู" ที่สามารถขึ้นทะเบียนสินค้า OTOP และจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนได้สำเร็จในปัจจุบัน ซึ่งมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ยังขับเคลื่อนยกระดับกลุ่มอาชีพอย่างต่อเนื่อง
.
.
นี่คือจุดเริ่มต้นการเปลี่ยนแปลงและเป็นโอกาสของกลุ่มชาติพันธุ์บรู ที่จะได้รับโอกาสไม่ตกหล่นและได้รับการคุ้มครองสิทธิตามกฎหมายเพื่อการดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี ผมฝากข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธรว่า เน้นการสื่อสารทำความเข้าใจกับกลุ่มหรือชุมชนโดยตรง เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน ที่อาจทำให้ชาวบ้านเสียสิทธิ์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตในอนาคต
///
เรื่อง: แตงโม สกลนคร
หมายเหตุ: สัมภาษณ์ นายชัยยุทธ วัยเหนิดลื้อ ที่งานเสวนา 4 ขุนพลภาคอีสาน ที่ลาน ร.5 อ.เมืองสกลนคร (16ส.ค.2569)
อ้างอิง:
- พ.ร.บ. https://www.senate.go.th/ebook/flipbook/7059/1/93
- กลยุทธ์การแก้จนไทบรู https://www.1poverty.com/2024/04/om2SLF.html
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













