back

สพม.ตรัง-กระบี่ เข้มยกระดับความปลอดภัยโรงเรียน หวั่นพฤติกรรมเลียนแบบเหตุรุนแรงนนทบุรี สั่งซ้อมแผนเผชิญเหตุ ต้องไม่ไฟไหม้ฟาง เฝ้าสังเกตพฤติกรรมนร. ลดการบูลลี่ ต้นตอสำคัญความรุนแรง

12 ส.ค. 2569 13:50 View: 154
author profile image
The Journalist
ตรัง-สพม.ตรัง-กระบี่ เข้มยกระดับความปลอดภัย 44 โรงเรียนในสังกัด หวั่นเกิดพฤติกรรมเลียนแบบเหตุรุนแรงนนทบุรี สั่งซ้อมแผนเผชิญเหตุ ลั่นต้องไม่ไฟไหม้ฟาง เพิ่มมาตรการเฝ้าสังเกตพฤติกรรมนร. ลดบรรยากาศการบูลลี่ ต้นตอสำคัญความรุนแรง . เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดตรัง ว่า จากเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นภายในสถานศึกษาในจังหวัดนนทบุรี ซึ่งสร้างความสูญเสียและความกังวลต่อความปลอดภัยของนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา ล่าสุด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ ได้ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยในสถานศึกษา พร้อมกำชับโรงเรียนในสังกัดทั้ง 44 แห่ง เฝ้าระวังเป็นกรณีพิเศษ เพราะหวั่นว่าอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ รวมถึงทบทวนและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุความรุนแรงภายในสถานศึกษา . โดยวานนี้(11ส.คน) ที่โรงเรียนสภาราชินี อำเภอเมือง จังหวัดตรัง นายปราโมทย์ สุทธิรักษ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนสภาราชินี พร้อมด้วยรองผู้อำนวยการ คณะครู เจ้าหน้าที่ อส.อ.เมืองตรัง และสารวัตรนักเรียน ร่วมกันตรวจค้นกระเป๋านักเรียนที่เดินทางเข้าสู่โรงเรียน เพื่อป้องกันการนำอาวุธหรือสิ่งของที่อาจก่อให้เกิดอันตรายเข้ามาภายในสถานศึกษา รวมทั้งป้องกันเหตุทำร้ายครูหรือเพื่อนนักเรียน โดยบรรดานักเรียนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทยอยเปิดกระเป๋าให้ตรวจสอบตามขั้นตอน ใช้เวลาไม่นาน ก่อนเข้าสู่โรงเรียนและเริ่มการเรียนการสอนตามปกติ . นายวัชรินทร์ โตขาว รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาตรัง กระบี่ ใหถกล่าวแนวทางการดูแลความปลอดภัยสถานศึกษาในกำกับดูแล ว่า หลังเกิดเหตุความรุนแรงในจังหวัดนนทบุรี กระทรวงศึกษาธิการและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้กำชับมายังทุกเขตพื้นที่การศึกษา โดย สพม.ตรัง กระบี่ ซึ่งดูแลโรงเรียนทั้งหมด 44 แห่ง แบ่งเป็น จังหวัดตรัง 28 โรงเรียน และจังหวัดกระบี่ 16 โรงเรียน ได้กำชับมาตรการไปยังสถานศึกษา ทั้งการคัดกรอง การเฝ้าระวังภายในโรงเรียน การป้องกันการนำอาวุธเข้ามาในโรงเรียน ช่องทางในการแจ้งเบาะแส ตลอดจนมาตรการดูแลช่วยเหลือนักเรียนและการจัดทำแผนเผชิญเหตุ . นายวัชรินทร์ กล่าวอีกว่า สิ่งที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือพฤติกรรมเลียนแบบ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง จึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดเป็นกรณีพิเศษ ทั้งนี้ มาตรการของโรงเรียนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการป้องกันเหตุ แต่ผู้ปกครองก็มีบทบาทสำคัญในการดูแลบุตรหลานตั้งแต่ออกจากบ้าน รวมถึงเมื่อกลับถึงบ้านควรสังเกตพฤติกรรมว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ ขณะที่เมื่อมาโรงเรียนแล้ว นักเรียนเองควรช่วยกันสังเกตพฤติกรรมของเพื่อน หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งครูที่ปรึกษาหรือครูผู้สอนทันที ส่วนครูเมื่อได้รับแจ้งแล้วต้องใส่ใจและเร่งแก้ไขปัญหา พร้อมประสานโรงเรียนหรือผู้เกี่ยวข้อง และไม่ควรปล่อยให้ปัญหาหมักหมมจนรุนแรงขึ้น . นายวัชรินทร์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน สพม.ตรัง กระบี่ ยังมีระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน โดยมีนักจิตวิทยาของเขตพื้นที่เข้ามาช่วยดูแล รวมทั้งที่ผ่านมาได้มีการอบรมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา ซึ่งมีบทบาทในการดูแลนักเรียน ตลอดจนอบรมครูแนะแนวในเรื่องการดูแลด้านจิตวิทยา และมีระบบส่งต่อนักเรียนมายังเขตพื้นที่เมื่อพบปัญหาที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลเพิ่มเติม . นายวัชรินทร์ กล่าวว่า อีกประเด็นที่ต้องเฝ้าระวัง คือปัญหาการกลั่นแกล้งหรือการบูลลี่ในโรงเรียน เนื่องจากจากการติดตามพบว่า พฤติกรรมความรุนแรงในโรงเรียนส่วนหนึ่งมีจุดเริ่มต้นจากการกลั่นแกล้งกัน โดยบางครั้งผู้กระทำอาจมองว่าเป็นเพียงการเล่น แต่สำหรับผู้ถูกกระทำอาจไม่ได้รู้สึกสนุกหรือยอมรับพฤติกรรมนั้น จึงขอฝากให้ทุกฝ่ายช่วยกันสังเกตและป้องกันไม่ให้การบูลลี่เกิดขึ้นภายในโรงเรียน ถ้าเล่นกันคือต้องสนุกทั้งสองฝ่าย แต่ถ้ากลั่นแกล้งกันคือสนุกข้างเดียว เพราะเราต้องการให้ทุกคนมาโรงเรียนแล้วมีความสุขและมีความปลอดภัย . สำหรับการประเมินความพร้อมด้านความปลอดภัยของโรงเรียนในสังกัด นายวัชรินทร์ ระบุว่า แม้ไม่มีเหตุการณ์ล่าสุด สพม.ตรัง กระบี่ ก็มีการเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและนักศึกษา การอบรมครูแนะแนวด้านการดูแลจิตวิทยา รวมถึงระบบส่งต่อนักเรียนมายังเขตพื้นที่ แต่จากสถานการณ์ล่าสุด ได้กำชับให้ทุกโรงเรียนกลับมาทบทวนและซักซ้อมแผนเผชิญเหตุอีกครั้ง โดยเฉพาะการรับมือเหตุความรุนแรง เพราะที่ผ่านมาโรงเรียนส่วนใหญ่มักเน้นการซักซ้อมรับมือเหตุเพลิงไหม้และอุบัติภัยต่าง ๆ ขณะที่ขณะนี้จำเป็นต้องเพิ่มการรับมือเหตุความรุนแรงเข้าไปด้วย รวมถึงการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เพื่อให้สามารถรับมือสถานการณ์ได้อย่างทันท่วงที ส่วนการดูแลความปลอดภัยต้องทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ควรเข้มงวดเฉพาะช่วงที่เกิดเหตุแล้วกลับไปปล่อยปละละเลย . “ไม่อยากให้มาตรการเป็นเพียงไฟไหม้ฟาง ที่เข้มงวดเพียง 7–8 วันแล้วจบลง เพราะปัญหาทุกอย่างต้องอาศัยความร่วมมือกันระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียน ซึ่งเป็นบุคคลที่ใกล้ชิดกับนักเรียนมากที่สุด เนื่องจากในแต่ละวันนักเรียนใช้ชีวิตอยู่ทั้งที่บ้านและโรงเรียน หากปัญหาไม่เกิดที่โรงเรียนก็อาจเกิดขึ้นที่บ้าน ดังนั้นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดนักเรียนจึงต้องช่วยกันสังเกต รับฟัง และแก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้นทาง เพื่อป้องกันไม่ให้ปัญหาลุกลามจนกลายเป็นเหตุรุนแรง” นายวัชรินทร์ กล่าว ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง