back

ผ่าวิกฤต ‘เปราะบาง’ ขอนแก่น เมืองแห่งโอกาสที่ลืมคนไร้ที่พึ่ง

11 ส.ค. 2569 18:17 View: 90
author profile image
สุมาลี สุวรรณกร
ภาคีอาสาถกเดือด! จี้รัฐแก้จุดอ่อน ดัน 3 ข้อเสนอปลดล็อกชีวิตคนพิการ-ไร้บ้าน ขอนแก่น (11 ส.ค. 2569) — ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น ถกเครียดเวทีสาธารณะ แฉเบื้องหลังเมืองขอนแก่นโตเร็วพุ่ง 'สมาร์ทซิตี้-เมดิคัลฮับ' แต่สถิติ 'คนไร้บ้าน' พุ่งอันดับ 4 ประเทศ ผู้สูงวัยเฉลี่ยทะลุ 23% สูงกว่าระดับชาติ เผยจุดอ่อนใหญ่ 'รัฐรู้กฎหมายแต่ไม่รู้ลึก-เอกชนเมินจ้างงานคนพิการ' ด้านผู้เชี่ยวชาญ-ภาคประชาสังคมผนึกกำลังยื่น 3 ข้อเสนอใหญ่ เสนอกำหนด KPI ท้องถิ่น ดันจ้างงาน ที่ห้องประชุม 4A1 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น ได้ร่วมกันจัดเวทีสาธารณะเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาประเด็น "ขอนแก่นเมืองแห่งโอกาส อย่าพลาดเรื่องกลุ่มเปราะบางที่รอการแก้ไข" เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของจังหวัดขอนแก่นอย่างยั่งยืน รอง ผวจ.ขอนแก่นถอดบทเรียนจีนแก้จนด้วย 13 หลัก นายประจวบ รักแพทย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ประธานในที่ประชุม ซึ่งกำกับดูแลภารกิจด้านสังคม ได้อ้างอิงคำสอนของ อ.ป๋วย อึ้งภากรณ์ ที่เคยเตือนสติสังคมไว้ว่า "อย่าให้เราตายอย่างโง่ๆ คือตายจากอุบัติเหตุ หรือสงคราม" พร้อมระบุว่า ขอนแก่นกำลังเผชิญความท้าทายเนื่องจากมีผู้สูงอายุสูงถึง 23% ของประชากรทั้งจังหวัด ซึ่งสูงกว่าเฉลี่ยของประเทศที่อยู่ที่ 21% ถือเป็นกลุ่มสุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง "ขอนแก่นมีพัฒนาการมาตลอด 200 ปี เราเติบโตแบบ Smart City, MICE City มีนักท่องเที่ยวใช้จ่ายเฉลี่ย 1.4 หมื่นบาทต่อคน และกำลังพัฒนาสู่ Medical Valley แต่จุดอ่อนสำคัญคือ หน่วยงานรัฐมีหน้าที่ตามกฎหมายแต่ไม่รู้ลึก ขณะที่ภาควิชาการและภาคประชาสังคมรู้ลึกแต่ไม่รู้จะผลักดันอย่างไร เสียงเดียวไม่มีใครฟัง ต้องรวมกลุ่มกันแสวงหาจุดร่วม" นอกจากนี้ รอง ผวจ.ขอนแก่น ได้ถอดบทเรียนการแก้จนจากเมืองหนานหนิง เขตปกครองตนเองกวางซี ประเทศจีน และถ้าประเทศไทยสามารถระบบ "เลขบัตรประชาชน 13 หลัก" เอ็กซเรย์เข้าถึงตัวคนจนที่แท้จริง ส่งมอบสวัสดิการและการรักษาตรงจุด ซึ่งขอนแก่นต้องนำแนวทางความแม่นยำนี้มาปรับใช้จัดการปัญหายาเสพติดและความยากจนให้หมดไป นักวิชาการเผยขอนแก่นติดอันดับ 4 คนไร้บ้าน ด้านผศ.ดร.วิบูลย์ วัฒนนามกุล ประธานสมัชชาสุขภาพจังหวัดขอนแก่น เผยสถิติอันน่าตกใจว่า ประเทศไทยมีผู้สูงอายุกว่า 10 ล้านคน คนพิการ 2.2 ล้านคน โดย 1.3 ล้านคนเป็นผู้สูงอายุ มีเด็กยากจน 21% และเด็กอายุ 0-4 ขวบยากจนสูงถึง 43% เท่ากับว่าอนาคตของประเทศอยู่ในมือของเด็กกลุ่มนี้ ขณะที่สถิติคนไร้บ้าน ขอนแก่นติดอันดับ 4 ของประเทศ (มี 73 คน) รองจากกรุงเทพมหานคร ผศ.ดร.วิบูลย์ ชี้ว่า เส้นความยากจนของไทยที่ตั้งไว้เพียง 3,000 กว่าบาทนั้นต่ำเกินไป ไม่สะท้อนความเป็นจริงในสังคม โดยคนไร้บ้านส่วนใหญ่ไม่ได้เลือกมานอนริมถนน แต่เป็นผลลัพธ์จากปัญหาครอบครัว ยาเสพติด สุรา และความล้มเหลวของสังคม โดยก่อนจะเป็นคนไร้บ้านถาวร มักอยู่ในภาวะ "ถ้ำกึ่งเป็น" นานถึง 20 ปี ซึ่งหากมีระบบสอดส่องและกลไกช่วยเหลือที่ดี จะสามารถดึงกลับคืนสู่สังคมได้ นอกจากนี้ ผศ.ดร.วิบูลย์ ได้สะท้อนวิกฤตเชิงโครงสร้างที่สำคัญ ได้แก่ กลุ่มชาติพันธุ์และคนไร้รากเหง้า การเดินเรื่องขอสัญชาติใช้เวลานานกว่า 10 ปี และเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดีสวมสิทธิ์ทีหลัง วิกฤตความแออัดในเรือนจำ เรือนจำขอนแก่นมีผู้ต้องขังสูงถึง 4,000 คน ซึ่งแออัดเกินศักยภาพ การจ้างงานคนพิการภาครัฐล้มเหลว แม้กฎหมายจะกำหนดเป้าหมายจ้างงานคนพิการทั่วประเทศ 67,868 อัตรา แต่ หน่วยงานรัฐรวมถึงสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยขอนแก่น กลับมีการจ้างงานคนพิการต่ำมาก ถือเป็นเรื่องน่าผิดหวังที่หน่วยงานรัฐไม่ทำตัวอย่างที่ดี ชูนวัตกรรม 'นักบริบาลชุมชน' ยื่น 3 ข้อเสนอปลดล็อกทุน-ฐานข้อมูล ส่วนพญ.ธารทิพย์ ธำรงวรางกูล เลขาธิการมูลนิธิโรงพยาบาลอุบลรัตน์ อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ได้นำเสนอตัวอย่างความสำเร็จจากพื้นที่ในการจ้างงานคนพิการทำงานในโรงพยาบาล รพ.สต. และการใช้ช่องทางกฎหมายจัดหางานสำหรับคนพิการที่อายุต่ำกว่า 14 ปี หรือมากกว่า 70 ปี โดยให้ผู้ดูแลคนพิการมาทำงานและรับรายได้แทนค่าแรงขั้นต่ำ นำมาสู่การสร้าง "นักบริบาลชุมชน (Caregiver - CG)" แบบเต็มเวลา เพื่อดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยสมองเสื่อมในชุมชน โดยพญ.ธารทิพย์ ได้ยื่น 3 ข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อแก้ปัญหาระบบ ประกอบด้วย จัดตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง (Data Center) รวมทะเบียนคนพิการ กลุ่มเปราะบาง และผู้มีภาวะพึ่งพิงไว้ในระบบเดียว เพียงกดเลขบัตรประชาชน จะทราบทันทีว่ามีภาวะพึ่งพิงระดับใด และใครเป็นผู้รับผิดชอบดูแล บริหารจัดการทรัพยากรและคลังอุปกรณ์ สร้างระบบติดตามอุปกรณ์กายอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อให้รู้ว่าอุปกรณ์อยู่ที่ไหน และสามารถขอรับการสนับสนุนจากจุดใดได้ทันที ส่งเสริมการจ้างงานปลดล็อกชีวิต (สิทธิลดหย่อนภาษี 2 เท่า) รณรงค์ให้โรงงานและสถานประกอบการเอกชนทราบถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีในการจ้างงานคนพิการ เพื่อนำเงินมาสร้างพลัง (Empower) และเปลี่ยนชีวิตคนพิการอย่างแท้จริง จี้รื้อทัศนคติสังคม ดัน KPI ท้องถิ่น ดร.วินัย อินเสมียน ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนตาบอด บ้านไก่นา อ.เมือง จ.ขอนแก่น ถ่ายทอดประสบการณ์ตรงของการสูญเสียการมองเห็นมากว่า 24 ปี ว่า ปัญหาใหญ่ของคนพิการไม่ใช่แค่เรื่องร่างกาย แต่คือ "ทัศนคติของครอบครัวและสังคม" รวมถึงสภาพแวดล้อมที่ขาด Universal Design ต่างจากประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ การเข้ามาของเทคโนโลยี AI ยังทำให้คนพิการปรับตัวตามได้ยาก ดร.วินัย ได้เสนอ 3 มาตรการยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างเป็นรูปธรรม จัดสรรสิทธิฟื้นฟูทักษะจำเป็น เช่น กำหนดให้อบรมอักษรเบรลล์, การเดินทางและสร้างความคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อม (O&M), การใช้สมาร์ทโฟน ตลอดจนการฝึกอาชีพ (นวดไทย, เกษตรกรรม, การแปรรูป) เป็น "สิทธิขั้นพื้นฐาน" ที่รัฐต้องจัดสรรให้ สร้างความเข้มแข็งองค์กร พัฒนาคนพิการขึ้นมาเป็นผู้นำ ทำงานภายใต้ท้องถิ่น ใช้มาตรา 33-35 รวบรวมกลุ่มจดทะเบียนเป็นศูนย์บริการคนพิการ เพื่อเชื่อมต่อท่อน้ำเลี้ยงงบประมาณ (สปสช., สสส., กองทุนคนพิการ) นำมาทำบัตรคนพิการ กู้เงิน และซ่อมแซมบ้าน บรรจุ KPI การดูแลคนพิการในการประเมินเทศบาล/อบต. กำหนดให้การดูแลคนพิการเป็นหนึ่งในตัวชี้วัด (KPI) ประเมินผลงานของเทศบาลและ อบต. หากท้องถิ่นต้องการคะแนนประเมินระดับดี ต้องบรรจุงบและแผนงานคนพิการ ซึ่งจะช่วยให้คนพิการเข้าไปมีส่วนร่วมในคณะกรรมการและมีตัวตนในสังคมอย่างแท้จริง' #ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น #คนไร้บ้าน #กลุ่มเปราะบาง #SmartCity
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายเลิศฤทธิ์ วนะภูติ แรงงานจังหวัดสมุทรปราการ
จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน​ และการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระจังหวัดสมุทรปราการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความรู้
ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้
11 ส.ค. 2569 20:01
author profile image
นะ ปากน้ำ

นายเลิศฤทธิ์ วนะภูติ แรงงานจังหวัดสมุทรปราการ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน​ และการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระจังหวัดสมุทรปราการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้

นายเลิศฤทธิ์ วนะภูติ แรงงานจังหวัดสมุทรปราการ​ จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้แรงงานหรือบริการ และการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน​ และการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงานอิสระจังหวัดสมุทรปราการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหาการบังคับใช้

View: 97
Like: 2
Comment: 0