back
แม่สอดเตรียมก้าวสู่เมืองสีเขียว “นายกเบิ้ม” นำสื่อทดสอบรถไฟฟ้าวิ่งจริง จ่อดันรับ-ส่งนักเรียน ยกระดับนครแม่สอดสู่ Smart City
11 ส.ค. 2569 16:46
View: 7

ชวลิต สจ.มอไซต์
แม่สอดเตรียมก้าวสู่เมืองสีเขียว
.“นายกเบิ้ม” นำสื่อทดสอบรถไฟฟ้าวิ่งจริง จ่อดันรับ-ส่งนักเรียน ยกระดับนครแม่สอดสู่ Smart City
แม่สอด – ขยับอีกขั้นสำหรับแนวคิดยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของนครแม่สอด เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2569 นายกุล เครือวีระ หรือ “นายกเบิ้ม” นายกเทศมนตรีนครแม่สอด พร้อมคณะผู้บริหารเทศบาล สมาชิกสภาเทศบาลนครแม่สอด และคณะสื่อมวลชน ร่วมทดสอบสมรรถภาพ รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า EV Bus จากบริษัท NEX Point โดยนำรถลงวิ่งในเส้นทางจริงภายในเขตเทศบาลนครแม่สอดและพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อประเมินความพร้อมก่อนพิจารณาผลักดันเป็นรถโดยสารรับ-ส่งนักเรียนของสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
การทดสอบครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการนำรถมาโชว์ แต่เป็นการ “เอารถจริงลงเส้นทางจริง” เพื่อดูสมรรถนะการใช้งานในสภาพพื้นที่แม่สอด ทั้งระยะทาง ลักษณะเส้นทาง การรองรับผู้โดยสาร ความคล่องตัว ความปลอดภัย และความเหมาะสมกับการนำไปใช้รับ-ส่งนักเรียนในชีวิตประจำวัน
นายกุล เครือวีระ กล่าวว่า เทศบาลนครแม่สอดจำเป็นต้องศึกษาข้อมูลให้รอบด้านก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ โดยเฉพาะเรื่องประสิทธิภาพของรถ ค่าใช้จ่าย ระบบชาร์จไฟ การบำรุงรักษา และความเหมาะสมของเส้นทาง หากผลการศึกษามีความเป็นไปได้ จะต้องดำเนินการจัดทำรายละเอียดโครงการและงบประมาณ พร้อมประสานหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาแนวทางสนับสนุนต่อไป
จุดสำคัญของโครงการอยู่ที่การใช้ EV Bus เป็นรถรับ-ส่งนักเรียน ซึ่งหากสามารถพัฒนาเป็นระบบได้ จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทาง ลดการพึ่งพารถยนต์ส่วนบุคคล และยกระดับมาตรฐานการเดินทางของนักเรียนในพื้นที่
ขณะเดียวกัน การผลักดัน EV Bus ยังถูกวางให้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิดพัฒนา “นครแม่สอดเมืองอัจฉริยะ” เนื่องจากสามารถเชื่อมต่อกับระบบเทคโนโลยีได้ ทั้ง GPS ระบบติดตามรถ แอปพลิเคชันแสดงตำแหน่งรถ ป้ายแจ้งเวลารถ และระบบบริหารจัดการการเดินรถ
แม่สอดเมืองเศรษฐกิจชายแดน ต้องมีระบบขนส่งที่ทันสมัย
นครแม่สอดเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การค้า การท่องเที่ยว และการคมนาคมชายแดนของจังหวัดตาก การขยายตัวของเมืองและกิจกรรมทางเศรษฐกิจทำให้การเดินทางภายในพื้นที่เพิ่มขึ้น ขณะที่การใช้รถยนต์ส่วนบุคคลและรถที่ใช้น้ำมันยังเป็นปัจจัยหนึ่งของปัญหาการจราจรและมลพิษ
แนวคิด EV Bus จึงถูกนำเสนอเป็นอีกทางเลือกในการปรับระบบขนส่งสาธารณะให้สอดคล้องกับการเติบโตของเมือง โดยมุ่งลดมลพิษจากการเดินทาง ลดการพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล และเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชน
โดยเฉพาะกลุ่ม นักเรียน ผู้สูงอายุ ผู้มีรายได้น้อย และประชาชนที่ไม่มีรถส่วนตัว หากมีระบบรถโดยสารที่ปลอดภัย มีเส้นทางชัดเจน และมีการบริหารจัดการที่ดี จะสามารถเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะได้สะดวกขึ้น
ไม่ใช่แค่ซื้อรถ แต่ต้องวางระบบทั้งระบบ
อย่างไรก็ตาม การผลักดันโครงการ EV Bus ยังมีโจทย์สำคัญที่เทศบาลต้องศึกษา ทั้งราคาจัดซื้อ อายุการใช้งาน ค่าไฟฟ้า จุดชาร์จไฟ ค่าแบตเตอรี่ การบำรุงรักษา บุคลากรขับรถ ความปลอดภัย และงบประมาณระยะยาว
ดังนั้น การนำรถของ NEX Point มาทดลองวิ่งครั้งนี้จึงเป็นขั้นตอนหนึ่งของการเก็บข้อมูลเพื่อประกอบการตัดสินใจ ก่อนเข้าสู่กระบวนการจัดทำโครงการและพิจารณางบประมาณตามขั้นตอนของทางราชการ
แนวทางการสนับสนุนอาจต้องประสานทั้งหน่วยงานภาครัฐ กองทุนด้านพลังงาน โครงการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้า รวมถึงความร่วมมือจากภาคเอกชน เพื่อให้โครงการสามารถเกิดขึ้นได้โดยไม่สร้างภาระงบประมาณแก่ท้องถิ่นเกินความจำเป็น
“วิ่งจริงก่อนตัดสินใจ”
การทดลองรถ EV Bus ในครั้งนี้จึงถือเป็นการส่งสัญญาณว่า นครแม่สอดกำลังศึกษาทางเลือกใหม่ด้านระบบขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะการนำพลังงานสะอาดมาใช้กับภารกิจรับ-ส่งนักเรียนและการเดินทางของประชาชน
หากผลการทดสอบและการศึกษาความเป็นไปได้ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด ขั้นตอนต่อไปคือการจัดทำรายละเอียดโครงการ ประเมินงบประมาณ และประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดันให้เกิดขึ้นจริง
เป้าหมายปลายทางไม่ใช่เพียงการมี “รถบัสไฟฟ้า” เพิ่มขึ้นบนท้องถนน แต่คือการสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่ สะอาด ปลอดภัย เข้าถึงได้ และเชื่อมโยงกับเทคโนโลยีเมืองอัจฉริยะ
สำหรับเมืองหน้าด่านอย่างแม่สอด หากเดินหน้าได้สำเร็จ EV Bus อาจกลายเป็นอีกหนึ่งภาพสะท้อนของการเปลี่ยนผ่านจาก “เมืองเศรษฐกิจชายแดน” สู่ “เมืองอัจฉริยะและเมืองสีเขียว” ในอนาคต
ชวลิต วิกุลชัยกิจ/รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














