back
รวบแล้ว! “แก๊งลักทรัพย์” 5 ผู้ต้องหาชาวเมียนมา ตำรวจ–ฝ่ายปกครองพบพระไล่ล่าจับ ยึดทองรูปพรรณ 60 บาท เงินสด 6 หมื่น พร้อมรถจักรยานยนต์ 2 คัน
8 ส.ค. 2569 11:16
View: 3

ชวลิต สจ.มอไซต์
รวบแล้ว! “แก๊งลักทรัพย์” 5 ผู้ต้องหาชาวเมียนมา ตำรวจ–ฝ่ายปกครองพบพระไล่ล่าจับ ยึดทองรูปพรรณ 60 บาท เงินสด 6 หมื่น พร้อมรถจักรยานยนต์ 2 คัน
ตาก – ไม่รอด! ตำรวจ สภ.พบพระ ผนึกกำลังฝ่ายปกครองและผู้นำหมู่บ้าน เปิดปฏิบัติการไล่ล่าขบวนการลักทรัพย์ ก่อนรวบผู้ต้องหาชาวเมียนมา 5 ราย
ปฏิบัติการไล่ล่าขบวนการลักทรัพย์ในพื้นที่ อ.พบพระ ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พบพระ ผนึกกำลังฝ่ายปกครองและผู้นำชุมชน เดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาชาวเมียนมา 5 ราย หลังพบพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน สามารถยึดของกลางเป็นทองคำรูปพรรณน้ำหนักรวมประมาณ 60 บาท เงินสดประมาณ 60,000 บาท และรถจักรยานยนต์ 2 คัน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรพบพระ ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.อนุสรณ์ ดังก้อง ผกก.สภ.พบพระ และ พ.ต.ท.นพคุณ อนันตวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.พบพระ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามบุคคลต้องสงสัยและเร่งคลี่คลายคดีลักทรัพย์ในพื้นที่รับผิดชอบ
การปฏิบัติการครั้งนี้เป็นการประสานกำลังระหว่างตำรวจชุดสืบสวน สภ.พบพระ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ ตลอดจนผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลและติดตามความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ต้องสงสัยอย่างต่อเนื่อง ก่อนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด
ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ต.ปิลัน เลิศเกษม สว.สส.สภ.พบพระ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สมชาย บุญทาทอง รอง สว.(ป.) ร.ต.ต.กิตติวัชระ ชนะจน รอง สว.(ป.) และ ร.ต.พิเชษฐ์ อินหน้อย รอง สว.(ป.) พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.พบพระ
นอกจากนี้ยังได้รับความร่วมมือจากฝ่ายปกครองอำเภอพบพระ นำโดย นายกวิน แว่นแก้ว ปลัดอำเภอหัวหน้าบริหารงานฝ่ายปกครองฯ พร้อมด้วย นายทองแดง จันทเสน ผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายนันทวัฒ เณรแขก ผู้ใหญ่บ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ นายนพดล มิ่งยืน ผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายสุรศักดิ์ ดอนเลย ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทหารผ่านศึก หมู่ 4 ต.รวมไทยพัฒนา นายชานนท์ คำชัง ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ และนายสมบูรณ์ เณรแขก ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านใหม่ กม.5 หมู่ 12 ต.ช่องแคบ
จากการปฏิบัติการ เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 5 ราย เป็นบุคคลสัญชาติเมียนมา ประกอบด้วย
1. นายเทลุยอู ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 43 ปี
2. นายแยเล ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 21 ปี
3. นางเพรียวอิส่า ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 34 ปี
4. นางเอ่ม่า ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 44 ปี
5. นางแตนุ ไม่มีชื่อสกุล สัญชาติเมียนมา อายุ 29 ปี
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ผู้ถูกจับทั้งหมดว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ในเคหสถานในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยผ่านสิ่งกีดกั้นคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ เช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม เอาไปซึ่งเอกสารของผู้อื่นหรือรับของโจร และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต”
ของกลางที่ตรวจยึดได้ จากการปฏิบัติการครั้งนี้ ประกอบด้วย
ทองคำรูปพรรณ น้ำหนักรวมประมาณ 60 บาท
ธนบัตรเงินสด ประมาณ 60,000 บาท
รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน
ของกลางดังกล่าวถือเป็นพยานหลักฐานสำคัญที่เจ้าหน้าที่นำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ เพื่อประกอบสำนวนคดีและตรวจสอบความเชื่อมโยงกับเหตุลักทรัพย์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่
สำหรับสถานที่จับกุม เจ้าหน้าที่ดำเนินการในพื้นที่ หมู่ 2 ตำบลพบพระ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ต่อเนื่องหมู่ 12 ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดพร้อมของกลางเข้าสู่กระบวนการตามกฎหมาย
ภายหลังการจับกุม เจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.พบพระ เพื่อดำเนินการสอบสวน แจ้งสิทธิ และดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ โดยเฉพาะทองคำรูปพรรณและเงินสด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานว่าทรัพย์สินดังกล่าวเกี่ยวข้องกับเหตุลักทรัพย์ใด รวมถึงตรวจสอบเส้นทางและความเชื่อมโยงของผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ว่ามีบุคคลอื่นร่วมกระทำความผิดหรือมีเหตุลักทรัพย์ในพื้นที่ใกล้เคียงที่เกี่ยวข้องกันอีกหรือไม่
การจับกุมครั้งนี้สะท้อนการทำงานร่วมกันของหลายฝ่ายในพื้นที่ ทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งร่วมกันติดตามข้อมูลและความเคลื่อนไหวของกลุ่มบุคคลต้องสงสัย จนนำไปสู่การจับกุมและตรวจยึดทรัพย์สินจำนวนมากได้ในที่สุด
โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอพบพระ ซึ่งเป็นพื้นที่ชายแดนและมีชุมชนกระจายอยู่หลายพื้นที่ การประสานข้อมูลระหว่างเจ้าหน้าที่กับผู้นำหมู่บ้านถือเป็นส่วนสำคัญในการเฝ้าระวังเหตุอาชญากรรม การลักทรัพย์ และบุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาเคลื่อนไหวในพื้นที่
เจ้าหน้าที่ตำรวจและฝ่ายปกครองจึงยังคงเดินหน้าตรวจสอบและขยายผลอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ และหากพบว่ามีผู้ร่วมขบวนการหรือบุคคลอื่นเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งหมด ยังถือเป็นผู้ถูกกล่าวหา และมีสิทธิได้รับการพิจารณาตามกระบวนการยุติธรรม จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด
ชวลิต วิกูลชัยกิจ / รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










