back
ยอดผู้เสียหายพุ่ง 81 ราย สูญกว่า 27.75 ล้านบาท เหยื่อบริษัทจัดหางานเถื่อนร้องผู้ว่าฯ เชียงราย เร่งช่วยหลังถูกหลอกฝันทำงานต่างประเทศ
3 ส.ค. 2569 14:16
View: 69

วรพล ตะติ
เชียงราย – ความเสียหายจากกรณีบริษัทจัดหางานเถื่อนหลอกชาวเชียงรายและประชาชนจากหลายจังหวัดไปทำงานต่างประเทศขยายวงกว้าง ล่าสุดมีผู้เสียหายรวมแล้ว 81 ราย มูลค่าความเสียหายกว่า 27.75 ล้านบาท โดยเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ผู้เสียหายจำนวนมากเดินทางเข้าร้องเรียนที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย เพื่อขอให้หน่วยงานภาครัฐเร่งดำเนินคดีและช่วยเหลือ หลังหลายคนสูญเงินเก็บทั้งชีวิต บางรายกู้หนี้ยืมสินหวังเดินทางไปทำงาน แต่กลับถูกหลอกจนไม่ได้เดินทาง และบางส่วนที่เดินทางไปถึงประเทศปลายทางต้องถูกเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจับกุม เนื่องจากใช้วีซ่าไม่ถูกต้อง
การประชุมดังกล่าวจัดขึ้นที่ห้องประชุมสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย โดยมี นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดเชียงราย (กอ.รมน.เชียงราย) ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย สำนักงานแรงงานจังหวัดเชียงราย สำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย และหน่วยงานด้านยุติธรรม ร่วมรับฟังปัญหา ชี้แจงแนวทางช่วยเหลือ และอำนวยความสะดวกในการลงทะเบียนผู้เสียหายและแจ้งความดำเนินคดี
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 2 สิงหาคม 2569 พบว่าผู้เสียหายในจังหวัดเชียงรายมีจำนวน 69 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 23.2 ล้านบาท ส่วนผู้เสียหายในต่างจังหวัดมี 12 ราย มูลค่าความเสียหาย 3.8 ล้านบาท โดยคดีเกี่ยวข้องกับสถานีตำรวจในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 11 สถานี และต่างจังหวัดอีก 10 สถานี รวม 21 สถานีตำรวจ
หนึ่งในผู้เสียหายคือ นายสคา แชมือ อายุ 32 ปี ชาวอำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ตนรู้จักบริษัทผ่านการไลฟ์สดใน TikTok ที่ชักชวนไปทำงานประเทศแคนาดา พร้อมอ้างว่ามีผู้ที่เดินทางไปทำงานได้จริง จึงเข้าไปติดต่อบริษัทและได้รับการชักชวนให้สมัคร โดยทยอยชำระค่าดำเนินการหลายงวด ทั้งค่ายื่นเอกสาร ค่าตรวจสุขภาพ และค่าดำเนินการอื่น ๆ รวมกว่า 380,000 บาท รวมถึงยังเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 39,000 บาท สำหรับค่าเคลียร์เอกสาร
นายสคากล่าวว่า หลังดำเนินเรื่องมานานกว่า 2 ปี บริษัทอ้างให้รอวีซ่ามาโดยตลอด กระทั่งตัดสินใจยกเลิกการเดินทางและขอเงินคืนตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา แต่บริษัทกลับบ่ายเบี่ยง อ้างให้รอเรื่อยมา จนเวลาผ่านไปเกือบ 3 เดือนก็ยังไม่ได้รับเงินคืน และขณะนี้ไม่สามารถติดต่อเจ้าของบริษัทหรือพนักงานได้อีก ทั้งการโทรศัพท์และการส่งข้อความก็ไม่มีผู้ตอบกลับ
ผู้เสียหายระบุว่า เงินที่นำมาจ่ายส่วนหนึ่งเป็นเงินเก็บจากการทำงาน อีกส่วนหนึ่งยืมจากพี่สาว ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก พร้อมเรียกร้องให้บริษัทออกมาเจรจาและคืนเงินแก่ผู้เสียหาย โดยไม่ต้องการให้เรื่องบานปลายถึงขั้นฟ้องร้อง หากสามารถชดใช้ความเสียหายได้
ด้าน นายรุจติศักดิ์ รังษี รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า จังหวัดได้รับแจ้งผู้เสียหายแล้ว 81 ราย โดยแต่ละรายมีความเสียหายเฉลี่ยประมาณ 290,000-350,000 บาท แนวทางช่วยเหลือแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การดำเนินคดีและการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ
ในส่วนของการดำเนินคดี จังหวัดจะรวบรวมพยานหลักฐานและประสานให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ โดยมีตำรวจและเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานอำนวยความสะดวก ส่วนการดำเนินคดีแพ่ง ผู้เสียหายสามารถขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนยุติธรรมของกระทรวงยุติธรรม เพื่อสนับสนุนค่าทนายความ ค่าธรรมเนียมศาล และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง ลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายยังกล่าวว่า จังหวัดได้พัฒนา “โมเดลเชียงราย” สำหรับผู้ที่ต้องการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมาย โดยบูรณาการร่วมกับสำนักงานจัดหางานจังหวัด สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน บริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาต และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพื่อให้ผู้สมัครสามารถฝึกอบรม ทดสอบ ตรวจสุขภาพ ตรวจประวัติอาชญากรรม และยื่นขอวีซ่าได้ครบวงจรในจังหวัด โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเกินความจำเป็น และไม่ต้องกู้เงินนอกระบบ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเบื้องต้น บริษัทที่ถูกร้องเรียน ไม่ได้รับอนุญาตประกอบธุรกิจจัดหางานเพื่อไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งเข้าข่ายความผิดหลายข้อหา ทั้งการประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต การโฆษณาชักชวนโดยไม่มีใบอนุญาต การหลอกลวงประชาชนให้ไปทำงานต่างประเทศ และอาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา พร้อมขอให้ผู้ที่ได้รับความเสียหายรีบแจ้งหน่วยงานภาครัฐเพื่อเข้าสู่กระบวนการช่วยเหลือโดยเร็ว
ด้าน พ.ต.อ.ภาสกร สุขะ ผู้กำกับการสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงรายได้สั่งการให้ทุกสถานีตำรวจในพื้นที่เตรียมความพร้อมรับแจ้งความและสอบปากคำผู้เสียหาย โดยจะอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าให้ปากคำกับสถานีตำรวจที่อยู่ใกล้หรือสะดวกที่สุด พร้อมประสานสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงราย เพื่อกำหนดแนวทางดำเนินคดีให้เป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ขณะที่ นางสาวอังศุวีร์ มณีณัฐกุล นักวิชาการแรงงานชำนาญการพิเศษ รักษาราชการแทนจัดหางานจังหวัดเชียงราย กล่าวว่า ปัญหาการหลอกลวงลักษณะนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่ผู้เสียหายถูกชักชวนผ่านคนรู้จักหรือสื่อสังคมออนไลน์ ก่อนหลงเชื่อบริษัทที่ไม่ได้รับอนุญาตจากกรมการจัดหางาน
นางสาวอังศุวีร์ย้ำว่า บริษัทที่จะจัดหางานไปต่างประเทศได้ ต้องจดทะเบียนถูกต้องและได้รับใบอนุญาตจากกรมการจัดหางาน รวมทั้งตำแหน่งงานและการโฆษณารับสมัครต้องผ่านการตรวจสอบจากกรมการจัดหางานทุกขั้นตอน จึงขอให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจ และหากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามได้ที่สายด่วนกระทรวงแรงงาน 1506 กด 2 หรือสำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกแห่ง
พร้อมกันนี้ ยังแนะนำว่าการเดินทางไปทำงานต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายสามารถดำเนินการได้ 5 วิธี ได้แก่ การจัดส่งโดยกรมการจัดหางาน การเดินทางผ่านบริษัทจัดหางานที่ได้รับอนุญาต การเดินทางโดยนายจ้างส่งไปทำงาน การส่งไปฝึกงาน และการแจ้งเดินทางไปทำงานด้วยตนเอง ซึ่งทุกวิธีต้องมีตำแหน่งงานและสัญญาจ้างที่ผ่านการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อป้องกันการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













