back
CONCURRENT ในเวลาเดียวกัน : นิทรรศการศิลปะที่ชวนตั้งคำถามถึงการดำรงอยู่ร่วมกันของทุกชีวิต
31 ก.ค. 2569 12:07
View: 251

Apiwat Promchai
ท่ามกลางการเติบโตของเมืองที่รุดหน้า สิ่งมีชีวิตและธรรมชาติต่าง ๆ ในจังหวัดเชียงรายกำลังเผชิญกับภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง ทุกพื้นที่ที่เราอาศัยอยู่ ไม่ได้เป็นของมนุษย์ แต่ยังมีนกที่กำลังทำรัง แมลงกำลังหาอาหาร และเมล็ดพันธุ์ที่รอเวลางอก ชีวิตนับไม่ถ้วนล้วนมีอยู่และส่งผลกระทบต่อกันเสมอ จึงเป็นที่มาของกิจกรรม Chiangrai Wild Watch ครั้งที่ 1 ประจำปี 2569 ซึ่งถือเป็นการจัดงาน Wild Watch โดยภาคีเครือข่ายต่าง ๆ ทั้งมูลนิธิโลกสีเขียว มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย รวมถึงกลุ่ม Backyard Blooming และ ป๊ะกาด ศิลปะบุกตลาด
จากนักสำรวจ สู่ นิทรรศการ ที่เริ่มต้นจากการที่มูลนิธิโลกสีเขียวได้เชิญศิลปินอาสาสมัคร 9 ท่าน ลงพื้นที่สำรวจสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติ ทั้งต้นไม้ แมลงปอ นก แมงมุม และสัตว์เล็ก ๆ ที่เมืองเก่าเชียงแสน เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อนำแรงบันดาลใจและคำถามที่ได้มาสร้างเป็นผลงานศิลปะในนิทรรศการที่ชื่อว่า CONCURRENT ในเวลาเดียวกัน
คุณบี ภูมิรัตน์ ผู้ประสานงานโครงการ CONCURRENT ได้เล่าถึงหัวใจสำคัญของงานนี้ว่า นิทรรศการไม่ได้ต้องการให้ศิลปินแค่นำงานมาโชว์ แต่ต้องการสร้างบทสนทนาต่อเนื่องว่า มนุษย์และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ จะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร "คำว่า Concurrent หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน” ศิลปินแต่ละท่านอยากสื่อสารว่า ในช่วงเวลาที่มนุษย์กำลังสร้างเมืองและใช้ชีวิตกับความสะดวกสบาย ก็มีชีวิตอื่น ๆ ที่กำลังพยายามเอาชีวิตรอดและดำรงเผ่าพันธุ์ไปพร้อม ๆ กัน" คุณบียังได้เน้นย้ำถึงความพิเศษของสถานที่จัดแสดง ซึ่งก็คือ งาน 'ป๊ะกาด ศิลปะบุกตลาด' บริเวณตึกเก่าไทยแลนด์ทีวี ว่าเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวนิทรรศการอย่างมาก เนื่องจากเป็นตึกเก่าที่ถูกทิ้งร้างจากไฟไหม้มาเกือบ 10 ปี ทำให้มีต้นไม้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติและมีสัตว์เล็กๆ อย่างนกเข้ามาอาศัย สะท้อนถึงการดำรงอยู่ร่วมกันระหว่างร่องรอยของมนุษย์กับธรรมชาติที่พยายามจะมีชีวิต
.
ภายในนิทรรศการมีการจัดแสดงผลงานที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยความหมายมากมาย เช่น ผลงาน "ธุลีจำลอง ร่องรอยแห่งความไม่เที่ยง" ของศิลปิน นโรดม เขม้นเขตวิทย์ (พี่โป้) ที่วาดภาพแมลงปอด้วยขี้เถ้า และตั้งใจนำผลงานชิ้นหนึ่งไปตากแดดตากลมให้ขี้เถ้าค่อยๆ เลือนหายไป เพื่อสื่อถึงความไม่เที่ยงแท้ของชีวิต และเตือนใจให้มนุษย์ดูแลรักษาโลก เพราะสุดท้ายแล้วทั้งมนุษย์และแมลงปอก็ต้องจากไปและเหลือเพียงความว่างเปล่าไม่ต่างกัน
.
อีกหนึ่งชิ้นงานเด่นที่สร้างความสะเทือนใจให้แก่ผู้ชมเป็นอย่างมากคือ ผลงานของ คุณปลา สิริฉาย เอาฬาร ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการไปเดินสำรวจพื้นที่ริมแม่น้ำโขงและพื้นที่ชุ่มน้ำ เวียงหนองหล่ม คุณปลาได้เห็นพื้นที่เวียงหนองหล่มถูกขุดทำลายด้วยตาของตัวเอง จึงนำความรู้สึกเจ็บปวดนั้นมาสร้างเป็นงานศิลปะเพื่อสื่อสารว่า แหล่งน้ำธรรมชาติเหล่านี้เปรียบเสมือน "เส้นเลือดใหญ่" ของทุกชีวิตรวมถึงตัวมนุษย์เองด้วย ผลงานชิ้นนี้มีจุดเด่นคือการสร้างรูปหัวใจ 2 ดวงซ้อนกันทั้งด้านหน้าและด้านหลัง วางอยู่บนพื้นที่ที่พวกเราหวงแหน และหากมีแสงแดดส่องจากด้านหลัง ภาพด้านหนึ่งจะปรากฏเป็นลำน้ำโขง ส่วนอีกด้านหนึ่งจะเป็นพื้นที่เวียงหนองหล่มที่ถูกขุดล้างทำลาย เป็นผลงานที่ทำให้ทั้งตัวศิลปินผู้สร้างสรรค์และผู้ที่มาเข้าชมงานรู้สึกสะเทือนอารมณ์และเจ็บปวดหัวใจไปตามๆ กัน
.
ขณะเดียวกัน ผลงาน "Green Opalite" ของ ชยพล ทุนอินทร์ ก็ตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติได้อย่างแหลมคม ชิ้นงานนี้ใช้เทคนิคสื่อผสมทั้งโลหะ สีอะคริลิก และวัสดุจากในตลาด มาสร้างสรรค์เป็นภาพขยายของเซลล์พืชตระกูลลิเวอร์เวิร์ตที่มองผ่านกล้องจุลทรรศน์ ซึ่งมีลักษณะเป็นเซลล์จุดสีเขียวเล็กๆ เรียงตัวกัน โดยเป็นการตั้งชื่อล้อเลียนอัญมณีโอปอลไลต์ที่มนุษย์สังเคราะห์ขึ้นมา คุณชยพลได้สะท้อนแนวคิดเรื่องอัตตาของมนุษย์ไว้ว่า...
"เป็นสิ่งที่สังเคราะห์ขึ้นมาด้วยความที่มนุษย์เชื่อว่าต้องการความงามนี้จากอัตตาของตัวเอง ไม่เหมือนโอปอลที่มีอยู่ตามธรรมชาติ... ถึงแม้ว่ามนุษย์เราจะคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่กว่าธรรมชาติมากแค่ไหน แต่สุดท้ายเราก็ยังโหยหาความงามที่มันมีอยู่จุดเล็กๆ อยู่ดี แล้วเราก็ยังพยายามเลียนแบบมันอยู่ดี แต่มันไม่สามารถสวยเท่ากับสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติจริงๆ"
คุณชยพลมองว่าแม้มนุษย์จะรังสรรค์ทุกสิ่งขึ้นมาได้ แต่สิ่งที่เป็นธรรมชาติแท้จริง ย่อมมีความหมายและมีคุณค่ามากกว่า ซึ่งการจัดแสดงในพื้นที่ตึกร้างที่มีมอสสีเขียวขึ้นอยู่จริง ก็ช่วยเชื่อมโยงและขับเคลื่อนประเด็นนี้ได้เป็นอย่างดี สอดคล้องกับบทสรุปที่คุณบีได้ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า
"งานศิลปะจึงเป็นทั้งความจริง เป็นทั้งความงาม แล้วก็เป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาที่ทำให้เราได้มาพูดคุยกันเรื่องสิ่งแวดล้อมของเรา"
.
โดยนิทรรศการจัดแสดงตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม - 2 สิงหาคม 2569 และในวันสุดท้าย (2 สิงหาคม) จะมีกิจกรรมพิเศษคือ การประมูลผลงานศิลปะผ่านทาง Facebook Live ของมูลนิธิโลกสีเขียว โดยรายได้ 50% จะถูกนำไปสมทบเป็นกองทุนสำหรับจัดกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมในจังหวัดเชียงราย 30% มอบให้แก่ศิลปิน และอีก 20% เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










