back
ททท.ภาคเหนือผนึกกำลัง ททท.ตาก ดึง อินฟู ทีมเพจดังลงพื้นที่ “พบพระ” เปิดมุมเที่ยวใหม่ โปรโมตธรรมชาติ–เกษตร–วิถีชุมชน หวังดันตากสู่จุดหมายปลายทางนักเดินทาง
30 ก.ค. 2569 19:59
View: 16

ชวลิต สจ.มอไซต์
ททท.ภาคเหนือผนึกกำลัง ททท.ตาก ดึง อินฟู ทีมเพจดังลงพื้นที่ “พบพระ” เปิดมุมเที่ยวใหม่ โปรโมตธรรมชาติ–เกษตร–วิถีชุมชน หวังดันตากสู่จุดหมายปลายทางนักเดินทาง
ตาก – เดินหน้ารุกตลาดท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องสำหรับจังหวัดตาก ล่าสุด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภูมิภาคภาคเหนือ จับมือ ททท.สำนักงานตาก นำทีมสื่อออนไลน์และเพจท่องเที่ยว อินฟู ชื่อดังลงพื้นที่จังหวัดตาก เพื่อสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวจริง เก็บภาพและเรื่องราวจากพื้นที่ ก่อนนำไปเผยแพร่ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ หวังขยายการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดตากให้เข้าถึงนักท่องเที่ยวกลุ่มใหม่ในวงกว้าง
การลงพื้นที่ครั้งนี้ นำโดย
นางสาวธมลวรรณ เจริญวงศ์พิสิฐ
ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานตาก พร้อมทีมงาน ททท.สำนักงานตาก ร่วมกับทีมงาน ททท.ภูมิภาคภาคเหนือ นำคณะเพจและสื่อด้านการท่องเที่ยวลงพื้นที่ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของจังหวัด ทั้งในมิติของธรรมชาติ การเกษตร อาหาร วิถีชีวิต และวัฒนธรรมของชุมชน
โดยมี
นายธันย์ปวัฒน์ ภูริวัฒนเมธา
นายอำเภอพบพระ พร้อมส่วนราชการ ผู้นำท้องถิ่น และผู้เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้การต้อนรับคณะ พร้อมนำเสนอข้อมูลศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของอำเภอ รวมถึงแนวทางการพัฒนาและประชาสัมพันธ์พื้นที่ให้เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักท่องเที่ยวมากยิ่งขึ้น
เปิดมุม “พบพระ” ผ่านสายตาครีเอเตอร์
จุดสำคัญของการลงพื้นที่ครั้งนี้ คือการเปิดโอกาสให้ทีมเพจและครีเอเตอร์ด้านการท่องเที่ยวได้สัมผัสพื้นที่จริง ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ สถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตร สวนผลไม้ แหล่งผลิตสินค้าชุมชน ตลอดจนวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำประสบการณ์ที่ได้รับไปถ่ายทอดเป็นคอนเทนต์ในรูปแบบที่เข้าถึงง่ายและสอดคล้องกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวในยุคดิจิทัล
จากเดิมที่การประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวอาจเน้นข้อมูลสถานที่และภาพประชาสัมพันธ์เป็นหลัก ปัจจุบันการสร้างกระแสการเดินทางต้องอาศัย “เรื่องเล่า” และ “ประสบการณ์จริง” เข้ามาเป็นส่วนสำคัญ โดยเฉพาะคอนเทนต์จากเพจท่องเที่ยวและผู้สร้างสรรค์เนื้อหา ซึ่งสามารถนำเสนอทั้งบรรยากาศ เส้นทาง การเดินทาง อาหาร ผู้คน และกิจกรรมต่าง ๆ ให้ผู้ติดตามเห็นภาพและเกิดแรงบันดาลใจในการเดินทาง
การนำทีมสื่อออนไลน์ลงพื้นที่จังหวัดตาก จึงถือเป็นอีกหนึ่งยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยน “ข้อมูลท่องเที่ยว” ให้กลายเป็น “ประสบการณ์ที่อยากไปสัมผัส” ผ่านการนำเสนอของผู้ที่ได้เดินทางมาพบเห็นสถานที่จริง
“พบพระ” ไม่ได้มีดีแค่ธรรมชาติ แต่มีของดีทางการเกษตรเป็นจุดขาย
อำเภอพบพระมีความโดดเด่นด้านพื้นที่เกษตรกรรมและภูมิประเทศที่เอื้อต่อการผลิตพืชหลายชนิด โดยเฉพาะ อะโวคาโด ทุเรียนน้ำแร่ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในสินค้าเกษตรที่สร้างชื่อให้กับพื้นที่ และสามารถเชื่อมโยงกับการท่องเที่ยวได้อย่างน่าสนใจ
จากสวนอะโวคาโดของเกษตรกร สามารถต่อยอดเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร เปิดให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้กระบวนการปลูก การดูแล การเก็บเกี่ยว และการแปรรูป ขณะเดียวกันยังสามารถเชื่อมโยงกับร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตลาดชุมชน และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ทำให้เกิดเส้นทางท่องเที่ยวที่สร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่
นอกจากอะโวคาโดทุเรียนน้ำแร่แล้ว พบพระยังมีชื่อด้าน กาแฟ และผลผลิตทางการเกษตรอีกหลายชนิด ซึ่งสามารถนำมาต่อยอดเป็นเรื่องราวการท่องเที่ยวได้ตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง ตั้งแต่แหล่งเพาะปลูก เกษตรกร ผู้ผลิต ไปจนถึงเมนูอาหารและเครื่องดื่มที่นักท่องเที่ยวสามารถลิ้มลองได้เมื่อเดินทางมาเยือน
ธรรมชาติ–น้ำตก–สวนเกษตร เชื่อมเป็นเส้นทางเที่ยวได้ตลอดปี
อีกหนึ่งจุดแข็งของอำเภอพบพระคือทรัพยากรธรรมชาติที่มีความหลากหลาย โดยเฉพาะแหล่งน้ำตกและพื้นที่ป่า ซึ่งสามารถพัฒนาให้เป็นจุดหมายปลายทางสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักผ่อนและสัมผัสธรรมชาติ
อุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ เป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของพื้นที่ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝนที่ธรรมชาติกลับมาเขียวชอุ่ม น้ำตกมีความสวยงาม และบรรยากาศเหมาะกับการเดินทางท่องเที่ยว ขณะเดียวกันพื้นที่โดยรอบยังมีความโดดเด่นด้านพรรณไม้และธรรมชาติที่สามารถนำมาสร้างเป็นกิจกรรมเรียนรู้สำหรับนักท่องเที่ยวได้
เมื่อเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติเข้ากับสวนเกษตร ร้านกาแฟ อาหารท้องถิ่น และชุมชน ก็สามารถสร้างเป็น “เส้นทางท่องเที่ยวพบพระ” ที่มีความหลากหลาย ไม่จำกัดเฉพาะการเดินทางไปชมสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง แต่เป็นการเดินทางเพื่อสัมผัสหลายประสบการณ์ภายในทริปเดียว
ใช้พลัง “เพจดัง” ขยายตลาด สร้างแรงกระเพื่อมบนโลกออนไลน์
การนำทีมเพจและสื่อออนไลน์ลงพื้นที่ครั้งนี้ ยังสะท้อนทิศทางการตลาดการท่องเที่ยวที่ให้ความสำคัญกับ Digital Content มากขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวจำนวนมากใช้สื่อสังคมออนไลน์เป็นช่องทางค้นหาข้อมูลก่อนเดินทาง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว ร้านอาหาร ที่พัก เส้นทาง และกิจกรรมต่าง ๆ
เมื่อแหล่งท่องเที่ยวในจังหวัดตากได้รับการนำเสนอผ่านเพจที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก ย่อมช่วยเพิ่มโอกาสให้สถานที่ซึ่งอาจยังไม่เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ได้ปรากฏต่อสายตานักเดินทางมากขึ้น
โดยเฉพาะการนำเสนอในรูปแบบภาพถ่าย คลิปสั้น และเรื่องราวจากประสบการณ์จริง สามารถสร้างการรับรู้ได้รวดเร็ว และเปิดโอกาสให้ผู้ชมเกิดความสนใจที่จะเดินทางตามรอยคอนเทนต์
เป้าหมายจึงไม่ได้อยู่เพียงการทำให้ “คนรู้จัก” จังหวัดตากมากขึ้นเท่านั้น แต่ต้องการให้เกิด “คนอยากเดินทางมาตาก” และเมื่อเดินทางมาแล้วเกิดการใช้จ่ายในพื้นที่ ทั้งค่าที่พัก ร้านอาหาร ร้านกาแฟ สินค้าชุมชน ผลผลิตทางการเกษตร และบริการด้านการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้ไปยังผู้ประกอบการและชุมชนในท้องถิ่น
ททท.–ฝ่ายปกครอง–ชุมชน เดินหน้าเชื่อมการท่องเที่ยวเป็นระบบ
การให้การต้อนรับของนายอำเภอพบพระและหน่วยงานในพื้นที่ ยังเป็นส่วนสำคัญในการเชื่อมโยงการทำงานระหว่างภาครัฐกับภาคการท่องเที่ยว เพื่อให้การประชาสัมพันธ์สอดคล้องกับศักยภาพและข้อเท็จจริงของพื้นที่
ขณะเดียวกัน การที่ ททท.นำสื่อออนไลน์ลงพื้นที่โดยตรง ยังช่วยให้ครีเอเตอร์ได้รับข้อมูลจากเจ้าหน้าที่และคนในชุมชน สามารถนำเสนอเรื่องราวได้อย่างมีรายละเอียดมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความเป็นมาของสถานที่ จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ วิถีชีวิตของชุมชน ตลอดจนแนวทางการเดินทางและกิจกรรมที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้าร่วมได้
แนวทางดังกล่าวจึงเป็นการทำงานในลักษณะ “รัฐสนับสนุน–พื้นที่ร่วมขับเคลื่อน–สื่อช่วยขยายผล” ซึ่งหากดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างภาพจำใหม่ให้จังหวัดตากจากเดิมที่หลายคนรู้จักในฐานะเมืองทางผ่าน สู่การเป็นจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวตั้งใจเดินทางเข้ามาสัมผัส
เป้าหมายใหญ่ ดัน “ตาก” จากเมืองผ่าน สู่เมืองที่ต้องมาเที่ยว
จังหวัดตากมีพื้นที่กว้างและมีแหล่งท่องเที่ยวกระจายอยู่หลายอำเภอ ตั้งแต่พื้นที่ธรรมชาติ แหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ชุมชนชายแดน ไปจนถึงแหล่งผลิตสินค้าเกษตรคุณภาพ การนำจุดเด่นเหล่านี้มาร้อยเรียงเป็นเรื่องราวเดียวกัน จึงเป็นโอกาสสำคัญในการสร้างแบรนด์การท่องเที่ยวของจังหวัด
การลงพื้นที่ของ ททท.ภูมิภาคภาคเหนือ และ ททท.สำนักงานตาก พร้อมทีมเพจดังในครั้งนี้ จึงเปรียบเสมือนการนำ “สายตาของนักเดินทาง” เข้ามาส่องพื้นที่ตาก เพื่อค้นหามุมที่น่าสนใจและนำไปถ่ายทอดให้คนทั่วประเทศได้เห็น
โดยเฉพาะ อำเภอพบพระ ซึ่งมีทั้งภูเขา ป่า น้ำตก สวนเกษตร อะโวคาโด กาแฟ อาหาร และวิถีชุมชน หากได้รับการนำเสนออย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ ย่อมสามารถพัฒนาเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการท่องเที่ยวจังหวัดตากได้
จากการจับมือกันระหว่าง ททท.ภาคเหนือ ททท.สำนักงานตาก ฝ่ายปกครอง อำเภอพบพระ หน่วยงานในพื้นที่ ผู้ประกอบการ และชุมชน จึงไม่ใช่เพียงการพาสื่อมาเที่ยว แต่เป็นการวางรากฐานการตลาดรูปแบบใหม่ ที่ใช้ “คอนเทนต์” เป็นตัวจุดประกาย และใช้ “ของจริงในพื้นที่” เป็นหัวใจในการสร้างเรื่องราว
และก่อนหน้านี้ได้ลงพื้นที่อำเภอแม่สอด อำเภอเมืองตาก
เป้าหมายสุดท้ายคือทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพจังหวัดตากแล้วเกิดคำถามว่า “ที่นี่มีอะไรให้เที่ยว?” ก่อนเปลี่ยนเป็น “อยากไปตากสักครั้ง” และเมื่อเดินทางไปถึงแล้ว ก็ได้สัมผัสธรรมชาติ วิถีชีวิต อาหาร และสินค้าท้องถิ่น พร้อมสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม
นี่คืออีกก้าวของการผลักดัน “ตาก” จากเมืองทางผ่าน สู่เมืองท่องเที่ยวที่นักเดินทางต้องตั้งใจปักหมุดหมายมาเยือน
ชวลิต วิกุลชัยกิจ/รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













