back

ยอดจำหน่ายเทียนพรรษาตรังคึกคัก สวนทางตลาดดอกไม้สุดเหงา-ยอดขายดิ่ง แม่ค้าบ่นพิษศก. ไทยช่วยไทยพลัสไร้ผล เพราะคนจ่ายยอดหมดทั้งแต่สัปดาห์แรก

29 ก.ค. 2569 11:38 View: 221
author profile image
The Journalist
ตรัง-ยอดจำหน่ายเทียนพรรษาตรังคึกคัก สวนทางตลาดดอกไม้สุดเหงา-ยอดขายดิ่ง แม่ค้าบ่นพิษศก. ไทยช่วยไทยพลัสไร้ผล เพราะคนจ่ายยอดหมดทั้งแต่สัปดาห์แรก . เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดตรังรายงานจากร้านชัยรุ่งเรืองพาณิชย์ ภายในเขตเทศบาลนครตรัง ถนนกันตัง ตำบลทับเที่ยง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นร้านจำหน่ายเครื่องสังฆภัณฑ์รายใหญ่ในจังหวัด พบว่าพื้นที่วางสินค้าค่อนข้างโล่ง ไม่พบเทียนพรรษาทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ ซึ่งปกติจะวางเต็มร้าน เพราะขายหมดเกลี้ยง เช่นเดียวกับเครื่องสังฆภัณฑ์ส่วนใหญ่ก็ถูกซื้อไปจนพื้นที่ว่าง พนักงานประจำร้านต้องเร่งจัดสินค้า ประเภทจัดเซ็ตมาคอยเติม เพื่อไว้รองรับลูกค้าที่เดินทางมาซื้อไม่ขาดสาย . ทั้งนี้ พนักงานร้าน บอกว่า ปีนี้คึกคักมาก ลูกค้าทั้งประจำและขาจร รวมทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียน หน่วยงานเอกชน และวัดต่างๆ ต่างสั่งจองเทียนพรรษา กันล่วงหน้า เพราะกลัวหมด พร้อมระบุให้ทางร้านจัดเซ็ตเครื่องสังฆภัณฑ์ให้ครบเพื่อนำไปถวาย ทั้งประเภท 3 วัด และ 9 วัด ซึ่งปีนี้มีจำนวนมาก โดยเฉพาะเทียนพรรษาขนาดใหญ่ ซึ่งเตรียมไว้ประมาณ 50 ต้น ขายหมดเกลี้ยงมาหลายวันแล้ว เพราะทางร้านมีการจัดโปรด้วย ทั้งโปรลดราคา และโปรของแถม เพราะทางร้านต้องการทำบุญกับลูกค้าด้วย เช่น เทียนพรรษา ต้นใหญ่ ราคาตั้งแต่ 800 – 1,800 บาท แต่จัดโปรโมชั่น เช่น ต้นละ 1,800 บาท ลดเหลือต้นละ 1,200 บาท , ต้น 930 บาท เหลือ 800 บาท หรือซื้อเทียนต้นใหญ่ แถมน้ำดื่ม , ชุดรวมเซ็ต โดยทางร้านจะจัดสินค้าเอง คัดแต่สินค้าที่พระสงฆ์สามารถใช้ได้จริงรวมในเซ็ต เช่น เซ็ต 299 บาท , เซ็ต 259 บาท ลดเหลือ 200 บาท , 250 เหลือ 200 บาท , เช็ต 250 บาท เหลือ 199 บาท , เซ็ต 399 บาท เหลือ 250 บาท ,หลอดไฟ 3 หลอด เซ็ต 199 บาท หลอดสั้น 179 บาท ทั้งนี้ พอเทียนพรรษาหมด คนก็ซื้อหลอดไฟ และซื้อเซ็ตที่ทางร้านทำมาเติม บรรยากาศจึงคักคักกว่าทุกปีที่ผ่านมา . ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมอีกว่า ผิดกับบรรยากาศการจำหน่ายดอกไม้สด ในช่วงเทศกาลเข้าพรรษา บรรดาแม่ค้าต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า เงียบเหงามากกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา โดยนางลัดดาภรณ์ ศรีชัย (ยืนหันข้าง เสื้อคอปกกยาว สีขาวดำ) กล่าวว่า บรรยากาศเงียบมากกว่าทุกๆปีที่ผ่านมา ยอดขายในปีนี้หายไปเกือบครึ่ง สาเหตุเพราะเศรษฐกิจไม่ดี โครงการไทยช่วยไทยพลัสคึกคักแต่เฉพาะช่วงต้นเดือนประมาณ 1 สัปดาห์เท่านั้น หลังจากนั้นบรรยากาศก็เงียบเหงา ส่วนราคาดอกไม้ เช่น ดอกดาวเรือง ดอกบัว ดอกมะลิ เป็นดอกไม้ที่มีในพื้นที่ราคาขึ้นลงไม่มาก ปรับตามสภาพอากาศ โดยดอกบัวดอกละ 10 บาท แต่ดอกไม้ที่นำเข้าจากต่างพื้นที่ราคาจะปรับสูงขึ้น เช่น ดอกมัมมาเลย์ หรือดอกเบญจมาศ นำเข้าจากประเทศมาเลเซีย ปีนี้ราคากำละ 180 -190 บาท ปีที่แล้ว 170-180 บาท ปรับขึ้นกำละ 20 บาท ส่วนดอกกล้วยไม้ ซึ่งปกติจะนำเข้าจากภาคกลาง แต่ปีนี้ราคาพุ่งสูงเป็น 2 เท่า จากเดิมมัดละ 70-80 บาท แต่ปีนี้ราคามัดละ 150-160 บาท จึงไม่มีใครกล้าสั่งมาขาย ไม่คุ้มทุน เพราะไม่สามารถปรับราคาขายได้ ลูกค้าไม่ซื้อ . ด้านนางสมพร เอี่ยมละม่อม (เสื้อสีเขียว) แม่ค้าขายดอกไม้อีกราย กล่าวว่า บรรยากาศจำหน่ายดอกไม้ปีนี้เงียบเหงามาก ยอดขายหายไปเกือบครึ่ง โครงการไทยช่วยไทยก็ช่วยอะไรไม่ได้ ได้แค่เล็กน้อยต้นเดือนไม่เกินวันที่ 5 ก็หมด ปีก่อนๆค้าขายได้ดีกว่านี้ แต่ปีนี้เงียบมาก ดอกไม้ที่สั่งมาจากต่างจังหวัดและจากมาเลเซียราคาสูงขึ้นต่อเนื่อง เช่นเดียวกับดอกกล้วยไม้ราคาแพงมากอาจเพราะการขนส่งด้วย จึงไม่สั่งมาขายเลย แต่หากมีออเดอร์เอาไปจัดงานแต่งจึงจะสั่งมาให้เพราะขายได้อีกราคาหนึ่ง แต่เอามาขายในช่วงเทศกาลไม่ได้ เศรษฐกิจไม่ดี และเชื่อว่าหลังจากนี้สภาพเศรษฐกิจจะแย่กว่าที่เป็นอยู่อีกมาก โครงการไทยช่วยไทยพลัสก็ช่วยไม่ได้ ไม่ทราบว่ารัฐจะมีมาตรการอะไรออกมากระตุ้นได้อีก ///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง