back

ผู้ใช้น้ำแม่กกกังวลสารปนเปื้อน-หวั่นย้ายน้ำดิบไปแม่น้ำลาวกระทบภาคเกษตร

20 ก.ค. 2569 12:45 View: 154
author profile image
วรพล ตะติ
📌กว่า 5 หมื่นไร่ยังลุ้นอนาคต! ผู้ใช้น้ำแม่กกกังวลสารปนเปื้อน-หวั่นย้ายน้ำดิบไปแม่น้ำลาวกระทบภาคเกษตร #เชียงราย 20 ก.ค.69 ภายหลังเครือข่ายปกป้องแม่น้ำกก สาย รวกโขง จัดเวทีเสวนา“คนเชียงรายต้องการแหล่งน้ำผลิตน้ำประปาแห่งใหม่ทดแทนแม่น้ำกก สาย รวก โขง” เพื่อสะท้อนผลกระทบจากปัญหาสารปนเปื้อนในลุ่มน้ำและเสนอแนวทางจัดหาแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่สำหรับผลิตน้ำประปา โดยมี ส.ว.และ ส.ส. ในพื้นที่จังหวัดเชียงรายร่วมรับฟังเสนอแนวทางร่วมกัน รวมทั้งมีแถลงการณ์ต่อรัฐบาลเร่งแก้ปัญหารวมทั้งเร่งอนุมัติงบประมาณโครงการย้ายแหล่งน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคจากแม่น้ำกกไปยังแม่น้ำลาว วงเงินงบประมาณ 2,000 กว่าล้านบาทนั้น นายปฐมพงษ์ ฤทธิ์แผลง ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำแม่กกฝั่งขวา หรือฝายเชียงราย กล่าวว่า เกษตรกรผู้ใช้น้ำจากแม่น้ำกกยังคงวิตกกังวลต่อปัญหาสารปนเปื้อน เนื่องจากข้อมูลผลตรวจและค่ามาตรฐานยังไม่ชัดเจนเพียงพอ แม้ปัญหาจะเกิดขึ้นมานานประมาณ 1–2 ปีแล้ว แต่ประชาชนยังไม่ทราบแน่ชัดว่าระดับการปนเปื้อนอยู่ในเกณฑ์ใด และสามารถดำรงชีวิตหรือทำการเกษตรร่วมกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างปลอดภัยเพียงใด สำหรับแนวทางย้ายแหล่งน้ำดิบของการประปาส่วนภูมิภาคจากแม่น้ำกกไปยังแม่น้ำลาว นายปฐมพงษ์กล่าวว่า แม่น้ำลาวเป็นแหล่งน้ำสำคัญของเกษตรกรในอำเภอเวียงชัย ซึ่งที่ผ่านมาเคยประสบปัญหาน้ำไม่เพียงพอในช่วงฤดูแล้งอยู่แล้ว จึงกังวลว่าหากมีการนำน้ำไปผลิตประปาเพิ่มเติม อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณน้ำเพื่อการเกษตร และควรมีการศึกษาความเพียงพอของน้ำอย่างรอบคอบก่อนดำเนินโครงการ ส่วนผลผลิตทางการเกษตรในพื้นที่ พบการปนเปื้อนอยู่บ้าง แต่หลายกรณีหน่วยงานระบุว่ายังไม่เกินค่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตาม เกษตรกรยังขาดความมั่นใจ แต่จำเป็นต้องเพาะปลูกและจำหน่ายผลผลิตตามปกติ เพราะการเกษตรเป็นอาชีพหลักและหลายครัวเรือนมีภาระหนี้สิน หากหยุดทำนาหรือหยุดเพาะปลูกจะยิ่งกระทบต่อรายได้และการดำรงชีวิต ภายหลังทราบข่าวการปนเปื้อน ชาวบ้านได้พยายามป้องกันตนเองด้วยการหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำแม่กกโดยตรง หากจำเป็นต้องลงพื้นที่จะสวมรองเท้าบูต ถุงมือ และหน้ากาก เพื่อลดความเสี่ยงจากการสัมผัสสารปนเปื้อน นายปฐมพงษ์ระบุว่า พื้นที่เกษตรกรรมที่รับน้ำจากฝายเชียงรายหรือเขื่อนเชียงรายทั้งหมดมีมากกว่า 50,000 ไร่ ขณะที่พื้นที่ในความรับผิดชอบของกลุ่มผู้ใช้น้ำแม่กกฝั่งขวามีประมาณ 12,000 ไร่ ซึ่งถือเป็นพื้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ส่วนพื้นที่เกษตรที่ใช้น้ำจากแม่น้ำลาวผ่านฝายไชยสมบัติ มีประมาณ 20,000–30,000 ไร่ ครอบคลุมอำเภอเวียงชัยและพื้นที่ตำบลเวียงเหนือ เมืองชุม และสิริเวียงชัย จึงต้องมีการบริหารจัดการน้ำอย่างรอบคอบ เพื่อไม่ให้การจัดหาแหล่งน้ำประปาแห่งใหม่กระทบต่อเกษตรกรผู้ใช้น้ำเดิม ทั้งนี้โครงการย้ายน้ำดิบผลิตน้ำประปาจากแม่น้ำกกไปยังแม่น้ำลาว การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) สาขาเชียงราย ได้ปรับแผนโครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปา โดยเปลี่ยนแหล่งน้ำดิบจาก แม่น้ำกก ไปใช้ ฝายแม่ลาว เนื่องจากแม่น้ำกกได้รับผลกระทบจากปัญหามลพิษข้ามพรมแดนและการปนเปื้อนโลหะหนักจากกิจกรรมเหมืองแร่บริเวณต้นน้ำในรัฐฉาน ประเทศเมียนมา เพื่อสร้างความมั่นคงด้านน้ำประปาและเพิ่มความเชื่อมั่นให้ประชาชน แผนงานโครง โครงการมีวงเงินรวม 2,248.088 ล้านบาท ประกอบด้วยการก่อสร้างสถานีผลิตน้ำแห่งใหม่ที่แม่ลาว กำลังการผลิต 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบท่อส่งน้ำและสถานีจ่ายน้ำ ครอบคลุมพื้นที่บริการ 24 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ใน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองเชียงรายอ.แม่ลาว อ.เวียงชัย อ.พาน รองรับผู้ใช้น้ำประมาณ 80,000 ราย รวมทั้งรองรับการขยายตัวของเมือง พื้นที่เศรษฐกิจ และโครงการรถไฟสายเด่นชัย–เชียงราย–เชียงของในอนาคต ซึ่งโครงการได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติแล้ว และการประปาส่วนภูมิภาคจะเริ่มก่อสร้างสถานีผลิตน้ำแม่ลาวแห่งใหม่ในปี 2570 และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2572 ส่วนผลการรับฟังความคิดเห็นพบว่า ประชาชนร้อยละ 92.13 เห็นด้วยกับโครงการ โดยให้เหตุผลหลักว่า ต้องการแก้ปัญหาความกังวลเรื่องการตรวจพบสารหนูและโลหะหนักในแหล่งน้ำดิบ รวมถึงเพิ่มความมั่นคงในการผลิตและจ่ายน้ำประปาให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แต่ก็ยังมีประชาชนบางส่วนที่ยังมีข้อกังวลเกี่ยวกับจำนวนน้ำที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการใช้บริโภคและการเกษตร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง