back
แบงก์ชาติภาคใต้ชี้ 4 เมกะเทรนด์เขย่าเศรษฐกิจโลก แนะธุรกิจใต้สร้างมูลค่าเพิ่ม-ใช้ AI เป็นอาวุธ
13 ก.ค. 2569 18:00
View: 48

นพรัตน์ โชติเกษมกุล
แบงก์ชาติภาคใต้ชี้ 4 เมกะเทรนด์เขย่าเศรษฐกิจโลก แนะธุรกิจใต้สร้างมูลค่าเพิ่ม-ใช้ AI เป็นอาวุธ
วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สำนักงานภาคใต้ จัดงานสัมมนาประจำปี 2569 ภายใต้หัวข้อ “ธุรกิจใต้ปรับอย่างไร ในโลกที่ไม่แน่นอน” ณ เดอะ ซิกเนเจอร์ คอนเวนชัน เซนเตอร์ จังหวัดสงขลา สะท้อนภาพเศรษฐกิจโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว พร้อมส่งสัญญาณให้ภาคธุรกิจเร่งปรับตัวรับความท้าทายใหม่ ทั้งเทคโนโลยี AI สังคมสูงวัย การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยยังเผชิญแรงกดดันจากการฟื้นตัวแบบไม่ทั่วถึง หรือ K-Shape Economy รวมถึงผลกระทบจากค่าครองชีพที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย
สำหรับภาคใต้ แม้จะมีศักยภาพจากทรัพยากรธรรมชาติ การท่องเที่ยว และภาคเกษตรกรรม แต่ยังเผชิญข้อจำกัดจากการพึ่งพาเศรษฐกิจต่างประเทศสูง การสร้างมูลค่าเพิ่มจากสินค้าเกษตรที่ยังไม่มากเพียงพอ รวมถึงความเหลื่อมล้ำจากการกระจุกตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในบางพื้นที่
ผู้ว่าการ ธปท. ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเดินหน้ามาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนผ่านโครงการ SMEs Credit Boost และ SMEs Secure+ ตลอดจนมาตรการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินและการป้องกันปัญหาทุนผิดกฎหมาย
ด้าน ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย กรรมการผู้จัดการและหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ กลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร ระบุว่า โลกกำลังเผชิญจุดเปลี่ยนสำคัญจาก 4 เมกะเทรนด์ ได้แก่ การถดถอยของโลกาภิวัตน์ (De-globalization) การเปลี่ยนแปลงจากเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI (Digital Disruption) การลดการปล่อยคาร์บอนและการรับมือกับสภาพภูมิอากาศ (De-carbonization) และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร (Demographic Change)
“โลกในอนาคตจะไม่กลับไปเหมือนเดิมอีก ผู้ประกอบการต้องสร้างความยืดหยุ่น เพิ่มภูมิคุ้มกันทางธุรกิจ และมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการมากขึ้น” ดร.พิพัฒน์กล่าว
ขณะที่ นายทัดลาภ เผ่าเหลืองทอง ผู้อำนวยการอาวุโส ธปท. สำนักงานภาคใต้ มองว่า แม้เศรษฐกิจภาคใต้ยังมีแนวโน้มเติบโต แต่ต้องเผชิญความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ภาคใต้ยังมีโอกาสจากการต่อยอดจุดแข็งเดิมสู่ธุรกิจมูลค่าสูง ไม่ว่าจะเป็นการยกระดับการท่องเที่ยวสู่ Wellness Experience การพัฒนายางพาราสู่นวัตกรรมสุขภาพ หรือการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์จากปาล์มน้ำมันให้แข่งขันในตลาดโลกได้มากขึ้น
ในเวทีเสวนาพิเศษ ตัวแทนภาคธุรกิจจากอุตสาหกรรมการผลิต การท่องเที่ยว และเทคโนโลยีสารสนเทศ เห็นตรงกันว่า “การหยุดอยู่กับที่คือความเสี่ยงที่สุด” ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับวิธีคิด เปิดรับองค์ความรู้ใหม่ และสร้างความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดการณ์ได้
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมา คือ การนำเทคโนโลยี AI มาใช้เป็นเครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดต้นทุน และสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ซึ่งสามารถเริ่มต้นได้โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนสูง
ผู้เชี่ยวชาญยังแนะให้ภาคธุรกิจจับตาเทรนด์ “Longevity Economy” หรือเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงของโลกในอนาคต
ธปท. สำนักงานภาคใต้ ยืนยันพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างส่วนกลางและภูมิภาค เพื่อผลักดันมาตรการสนับสนุนทางการเงินและนโยบายต่าง ๆ ให้เข้าถึงผู้ประกอบการในพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้เศรษฐกิจภาคใต้เติบโตได้อย่างยั่งยืนท่ามกลางความผันผวนของโลกยุคใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














