back
>>> “ครุฑเหินเวหา” ยังไม่เคยเห็นที่ไหน แต่คาดว่าเป็นหนึ่งเดียวของไทย อยู่ที่ อ่างทอง <<<
30 มิ.ย. 2569 14:26
View: 16

แพรว เมืองทอง V14Angt.
“ครุฑเหินเวหา” ยังไม่เคยเห็นที่ไหน แต่คาดว่าเป็นหนึ่งเดียวของไทย อยู่ที่ อ่างทอง
เรื่งราวที่ชวนสัมผัส ความงามของศิลปะปูนปั้นอายุราว 60-70 และไม่อาจหาชมที่ไหนได้นอกจากที่นี่ วัดศรีมหาโพธิ ต.โรงช้าง อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง นั่นคือ หอฉัน ที่มีครุฑเหินเวหา อยู่ที่หน้าบัน ต่างจากครุฑนั่ง หรือครุฑยืน ที่เราเห็นกันโดยทั่วไป
พระครูวิบูล โพธารังการ เจ้าอาวาสวัดศรีมหาโพธิ และเจ้าคณะตำบลบางเสด็จ เล่าให้ฟังว่า ครุฑดังกล่าวมีมานานแล้ว ตามข้อมูลทราบว่า มีมาตั้งแต่สมัยอดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน ต่อมาภายหลังมีการบูรณะวัด แต่ตัวอาคารหอฉัน ที่มีครุฑเหินเวหา ยังไม่ได้บูรณะไปด้วย
นายละเอียด ใคร่ครวญ อายุ 87 ปี ไวยาวัจกร วัดศรีมหาโพธิ บอกว่า หอฉัน ที่มีครุฑเหินเวหา หรือ ครุฑถลาลม อายุไม่น่าจะต่ำกว่า 50 ปี สมัยเด็กๆ ตัวเองเห็นมีการปั้นขณะที่พระสรรเสริญ เป็นเจ้าอาวาส โดยช่างชื่อ กริช แต่ไม่ทราบว่าเหตุใดถึงปั้นครุฑ ในลักษณะเหินเวหา
นายเอนก สีหามาตย์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร เปิดเผยว่า พื้นที่โซนวัดศรีมหาโพธิ ต.โรงช้าง อ.ป่าโมก เป็นชุมชนสมัยอยุธยาตอนปลายต่อกรุงรัตนโกสินทร์ มักจะมีศาสนสถานและสิ่งปลูกสร้างในบางแห่งให้ได้เห็น เช่น เจดีย์เก่า หลังวัดศรีโพธิ์ ที่บริเวณฐานจะมีลายกระจังปูนปั้นสมัยอยุธยา
ส่วนหอฉัน ที่หน้าบันมีครุฑเหินเวหา โดยทั่วไปเราไม่ค่อยได้เห็นครุฑในอิริยบทแบบนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นครุฑนั่ง หรือ ครุฑยืน มากกว่า ซึ่งช่างหลวงในอดีต จะปั้นในลักษณะดังกล่าว
ครุฑเหินเวหา เข้าใจว่า เป็นฝีมือช่างชาวบ้าน ที่ต้องการให้เกิดความแปลก ในรูปทรงครุฑเหินเวหา ตามภาพนั้น จะเห็นเท้าครุฑยกขึ้นทั้งสองข้างในท่าเหินเวหา ส่วนระหว่างเท้าครุฑเป็นหางนาค
ครุฑที่หน้าบันเป็นการป้องกันอันตรายให้โบสถ์ แสดงบารมี และครุฑ คือ เครื่องหมายของพระมหากษัตริย์
สำหรับหอฉันดังกล่าว ปรากฏชื่อ “ไตรมิตรอุปถัมภ์”
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














