back
พัฒนากรก่อนประจำการ รุ่น 134 ลุยวาเล่ย์! ปั้น 10 ครัวเรือนต้นแบบปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้าศิลปาชีพ
26 มิ.ย. 2569 18:46
View: 29

ชวลิต สจ.มอไซต์
พัฒนากรก่อนประจำการ รุ่น 134 ลุยวาเล่ย์! ปั้น 10 ครัวเรือนต้นแบบปลูกผักสวนครัว สร้างความมั่นคงทางอาหาร พร้อมต่อยอดภูมิปัญญาทอผ้าศิลปาชีพ
ตาก – การพัฒนาชุมชนที่ยั่งยืนต้องเริ่มจาก "คนในชุมชน" และการสร้างความเข้มแข็งจากฐานราก ล่าสุด พัฒนากรก่อนประจำการ รุ่นที่ 134 ลงพื้นที่บ้านแม่ออกฮู หมู่ 5 ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการ "ครัวเรือนต้นแบบปลูกผักสวนครัวพึ่งตนเอง ลดรายจ่าย สร้างความมั่นคงทางอาหาร" เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีแหล่งอาหารปลอดภัยไว้บริโภคในครัวเรือน ลดภาระค่าใช้จ่าย และยกระดับคุณภาพชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง
การดำเนินงานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมปลูกผัก แต่เกิดจากกระบวนการศึกษาชุมชนอย่างเป็นระบบ ทั้งการจัดทำแผนที่เดินดิน การสำรวจและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน การรับฟังความคิดเห็นผ่านเวทีประชาคม ตลอดจนการเปิดโอกาสให้ประชาชนร่วมกำหนดแนวทางพัฒนาที่ตอบโจทย์ปัญหาและความต้องการของพื้นที่อย่างแท้จริง ก่อนคัดเลือก 10 ครัวเรือนต้นแบบ เป็นแกนนำในการขยายผลสู่ครัวเรือนอื่นในอนาคต
หัวใจสำคัญของโครงการ คือ การสร้างความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน ให้ประชาชนสามารถปลูกพืชผักไว้รับประทานเอง ลดการพึ่งพาตลาด ลดค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน และหากมีผลผลิตเหลือยังสามารถต่อยอดสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวได้อีกทางหนึ่ง ถือเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้ชุมชนสามารถรับมือกับความผันผวนทางเศรษฐกิจได้อย่างยั่งยืน
นอกจากการขับเคลื่อนด้านความมั่นคงทางอาหารแล้ว พัฒนากรก่อนประจำการ รุ่นที่ 134 ยังได้ศึกษาการอนุรักษ์และต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่น โดย นางรติรัตน์ ศิลปไพรสณฑ์ กำนันตำบลวาเล่ย์ ได้นำคณะเข้าเยี่ยมชมกลุ่มทอผ้าตามโครงการศิลปาชีพในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ บ้านผ่านศึกพัฒนา เพื่อเรียนรู้กระบวนการทอผ้า การสืบทอดองค์ความรู้จากรุ่นสู่รุ่น และแนวทางการสร้างอาชีพบนฐานทุนวัฒนธรรมของชุมชน
การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจาก นางสาวจันทิวา ศรีเอี่ยม พัฒนาการอำเภอพบพระ พร้อมเจ้าหน้าที่พัฒนาชุมชน ผู้นำท้องที่ และประชาชนในพื้นที่ ที่ร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันกิจกรรมจนเกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม สะท้อนให้เห็นถึงพลังของการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการพัฒนาชุมชน
โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาชุมชนในอำเภอพบพระ ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการปลูกผักเพื่อบริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นการปลูก "เมล็ดพันธุ์แห่งการพึ่งพาตนเอง" สร้างเครือข่ายครัวเรือนต้นแบบ ถ่ายทอดองค์ความรู้สู่คนในชุมชน และต่อยอดไปสู่การสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่เข้มแข็ง ควบคู่กับการอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อให้ชุมชนสามารถเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต
ชวลิต วิกูลชัยกิจ/รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














