back

บาบอฮุสนีย์ ร่วมชาวบ้านจะนะ ละหมาดขอพร พระเจ้าคุ้มครอง เครือข่ายใต้-ตะวันออก ที่ปักหลักค้าน ‘SEC-แลนด์บริดจ์’ ร้องจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ สอดคล้องกับหลักศาสนา อิสลาม และกฎหมายไทย ตามวิถีทางประชาธิปไตย ในฐานะพลเมืองไทย

23 มิ.ย. 2569 16:55 View: 46
author profile image
Shukur Dina
บาบอฮุสนีย์ ร่วมชาวบ้านจะนะ ละหมาดขอพร พระเจ้าคุ้มครอง เครือข่ายใต้-ตะวันออก ที่ปักหลักค้าน ‘SEC-แลนด์บริดจ์’ ร้องจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ สอดคล้องกับหลักศาสนา อิสลาม และกฎหมายไทย ตามวิถีทางประชาธิปไตย ในฐานะพลเมืองไทย อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) รายงาน/เรียบเรียง ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน ณ หมู่ที่ 4 บ้านปากบางสะกอม ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา (สำนักงานนักรบผ้าถุง) เมื่อวันจันทร์ ที่ 23 มิถุนายน 2569 บาบอฮุสนีย์ บินหะยีคอเนาะ ผู้นำศาสนาและที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลาและสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ร่วมตัวแทนชาวบ้านจะนะ ละหมาดขอพร พระเจ้าขอให้พระองค์ทรงคุ้มครอง เครือข่ายใต้-ตะวันออก ที่ปักหลักค้าน ‘SEC-แลนด์บริดจ์’ ร้องจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ สอดคล้อง ผลการศึกษานักวิชาการ โดยท่านกล่าวว่า “การละหมาดขอพรครั้งนี้ เป็นการต่อสู้ ทางสันติวิธี ที่สอดคล้อง กับหลักศาสนา อิสลาม และกฎหมายไทย ตามวิถีทางประชาธิปไตย ในฐานะพลเมืองไทย ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวที่สะท้อนถึงการใช้ **"พลังศรัทธาควบคู่กับหลักสิทธิพลเมือง"** ได้อย่างน่าสนใจ การที่บาบอฮุสนีย์และชาวบ้านจะนะเลือกใช้วิธีการละหมาดขอพร (ดุอาอ์) เพื่อแสดงจุดยืนคัดค้านโครงการ SEC-แลนด์บริดจ์ เป็นการยืนยันว่าการคัดค้านดังกล่าวไม่ได้มีรากฐานมาจากความขัดแย้งเชิงอำนาจเพียงอย่างเดียว แต่มีมิติด้านจิตวิญญาณและวิถีชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย มุมมองที่น่าสนใจจากการเคลื่อนไหวนี้ มีประเด็นหลักที่ควรพิจารณาดังนี้: ### 1. การต่อสู้ด้วยสันติวิธีและหลักศาสนา การละหมาดขอพรไม่ใช่เพียงกิจกรรมเชิงพิธีกรรม แต่เป็นการแสดงออกถึงความบริสุทธิ์ใจในการปกป้องถิ่นฐานและทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งในหลักศาสนาอิสลาม การดูแลรักษาแผ่นดินและสิ่งแวดล้อมถือเป็นหน้าที่หนึ่งของมนุษย์ในฐานะ "ตัวแทนของพระเจ้าบนโลก" (คอลีฟะฮ์) การเลือกวิธีนี้จึงเป็นการสร้างความชอบธรรมที่ทรงพลัง เพราะเป็นการแสดงออกในพื้นที่แห่งความศรัทธาที่มุ่งหวัง "ความสันติ" เป็นที่ตั้ง ### 2. การเรียกร้องเชิงวิชาการและนโยบาย การที่เครือข่ายฯ ร้องขอให้มีการจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่ โดยอิงกับ **"ผลการศึกษานักวิชาการ"** ถือเป็นยุทธศาสตร์ที่สำคัญมาก: * **ความสมเหตุสมผล:** การโต้แย้งด้วยข้อมูลทางวิชาการ (ที่ครอบคลุมถึงผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม สังคม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ) ช่วยยกระดับจากการคัดค้านเชิงอารมณ์ มาเป็นการคัดค้านด้วยเหตุผล * **การมีส่วนร่วม:** นี่คือหัวใจของประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมที่ชาวบ้านกำลังเรียกร้อง คือต้องการให้ "เจ้าของพื้นที่" มีส่วนในการกำหนดทิศทางการพัฒนา ไม่ใช่ให้โครงการจากส่วนกลางตัดสินใจเพียงฝ่ายเดียว ### 3. สถานะ "พลเมืองไทย" ในระบอบประชาธิปไตย วาทะของบาบอฮุสนีย์ที่กล่าวถึง **"วิถีทางประชาธิปไตย ในฐานะพลเมืองไทย"** เป็นการตอกย้ำว่า: * แม้จะเป็นคนในพื้นที่ชายขอบ หรือเป็นกลุ่มคนที่ถูกผลกระทบจากโครงการขนาดใหญ่ แต่พวกเขามีสิทธิโดยชอบธรรมตามรัฐธรรมนูญในการปกป้องสิทธิชุมชน * การรวมพลังของ "เครือข่ายใต้-ตะวันออก" ยังแสดงให้เห็นถึงการเชื่อมโยงความเปราะบางของพื้นที่ที่อาจได้รับผลกระทบจากโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ในลักษณะเดียวกัน ทำให้เกิดพลังในการต่อรองที่กว้างขวางขึ้น **มุมมองเพิ่มเติม:** การที่ภาคประชาชนหันมาใช้แนวทางนี้ เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่า "ความเชื่อมั่นในกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของรัฐ" อาจมีช่องว่าง หรืออาจไม่สอดคล้องกับความต้องการจริงของคนในพื้นที่ครับ การเรียกร้องให้ทบทวนแผนใหม่โดยใช้ข้อมูลวิชาการประกอบ จึงเป็นทางออกที่สร้างสรรค์และเป็นมืออาชีพที่สุดในขณะนี้ หมายเหตุอ่านเพิ่มเติม “เครือข่ายใต้-ตะวันออก ปักหลักค้าน ‘SEC-แลนด์บริดจ์’ ร้องจัดทำแผนพัฒนาภาคใต้ใหม่”ใน https://theactive.thaipbs.or.th/news/social-movement-20260622 # อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง