back
เชียงใหม่ลุย พัฒนาระบบ EV Bus นำร่องรับส่งนักเรียน ปริ้นส์และดารา หวังยกระดับขนส่งสาธารณะเมืองเชียงใหม่
16 มิ.ย. 2569 16:59
View: 84

Aukson
ทุกเช้า ถนนแก้วนวรัฐ กลายเป็นหนึ่งในจุดจราจรหนาแน่นที่สุดของเชียงใหม่ เมื่อรถยนต์จำนวนมากหลั่งไหลเข้าสู่พื้นที่โรงเรียนขนาดใหญ่ทั้งโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยและโรงเรียนดาราวิทยาลัย ซึ่งมีนักเรียนรวมกันกว่าหมื่นคน ปัญหาการเดินทางที่สะสมมายาวนานไม่เพียงส่งผลต่อผู้ปกครองและนักเรียน แต่ยังกระทบต่อการสัญจรของคนทั้งเมือง
ท่ามกลางความพยายามหาทางออก วันที่ 16 มิถุนายน 2569 องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ (อบจ.เชียงใหม่) ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และโรงเรียนดาราวิทยาลัย เพื่อพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะพลังงานสะอาด EV Bus นำร่องสำหรับรับส่งนักเรียน โดยมุ่งหวังให้เป็นจุดเริ่มต้นของการลดการใช้รถยนต์ส่วนบุคคล สร้างทางเลือกการเดินทางที่ปลอดภัย และวางรากฐานสู่ระบบขนส่งสาธารณะที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของจังหวัดเชียงใหม่ในอนาคต
ความร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มรถโดยสารอีกหนึ่งรูปแบบ แต่เป็นความพยายามร่วมกันขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา นักวิจัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการออกแบบระบบการเดินทางที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของผู้คน และร่วมกันค้นหาคำตอบว่าการเดินทางของเมืองเชียงใหม่จะเปลี่ยนไปได้อย่างไร หากผู้คนมีทางเลือกที่สะดวก ปลอดภัย และเข้าถึงได้มากขึ้น
นายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่าโครงการพัฒนาระบบรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า EV Bus ของ อบจ.เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการยกระดับระบบขนส่งสาธารณะของจังหวัดให้มีความปลอดภัย ทันสมัย และตอบโจทย์การเติบโตของเมืองในอนาคต โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาการจราจรติดขัดในเขตเมือง ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนในวงกว้าง
“เราไม่ได้มองเพียงเรื่องการเพิ่มจำนวนรถโดยสารสาธารณะ แต่กำลังสร้างระบบการเดินทางรูปแบบใหม่ที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และมีค่าใช้จ่ายที่เหมาะสม โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียน ผู้สูงอายุ และประชาชนทั่วไป”
นายสมชาติกล่าวว่า การนำเทคโนโลยี AI ระบบ GPS และศูนย์ควบคุมกลางมาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเดินรถ ติดตามสถานะรถแบบเรียลไทม์ และยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของผู้โดยสาร ขณะเดียวกัน การออกแบบรถแบบชานต่ำ ยังช่วยให้ทุกคนสามารถเข้าถึงบริการขนส่งสาธารณะได้อย่างเท่าเทียม
สำหรับระยะเริ่มต้น โครงการจะมุ่งเน้นพื้นที่ที่ประสบปัญหาการจราจรหนาแน่น โดยเฉพาะบริเวณหน้าโรงเรียนขนาดใหญ่ เพื่อจูงใจให้ผู้ปกครองและนักเรียนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดจำนวนรถยนต์ส่วนบุคคลบนท้องถนน และบรรเทาปัญหาการจราจรในช่วงเวลาเร่งด่วนได้อย่างเป็นรูปธรรม
“เราอยากสร้างวัฒนธรรมการเดินทางรูปแบบใหม่ให้กับคนรุ่นต่อไป ให้การใช้ระบบขนส่งสาธารณะเป็นเรื่องปกติในชีวิตประจำวัน เพราะเมืองที่น่าอยู่ในอนาคตต้องเป็นเมืองที่ประชาชนสามารถเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”
นายสมชาติกล่าวเพิ่มเติมว่า อบจ.เชียงใหม่มีเป้าหมายพัฒนาโครงข่าย EV Bus ให้เชื่อมโยงพื้นที่สำคัญทั่วเมืองในอนาคต ควบคู่กับการส่งเสริมพลังงานสะอาดและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ Smart City เพื่อยกระดับเชียงใหม่สู่เมืองน่าอยู่ระดับสากล และส่งมอบระบบขนส่งที่ยั่งยืนให้กับคนรุ่นต่อไป
ด้าน ดร.เกรียง ฐิติจำเริญพร ผู้จัดการและผู้อำนวยการโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นมากกว่าการพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของเยาวชน โดยใช้ข้อมูลวิจัยและการศึกษารูปแบบการเดินทางของนักเรียนมาวางแผนเส้นทาง จุดรับส่ง และตารางเดินรถให้สอดคล้องกับความต้องการจริง
หนึ่งในจุดเด่นสำคัญของโครงการคือ การกำหนดให้รถ EV Bus ส่งนักเรียนถึงภายในบริเวณโรงเรียน เพื่อลดความเสี่ยงจากการข้ามถนนและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ปกครอง ขณะเดียวกันยังช่วยลดปัญหามลพิษทางอากาศและฝุ่น PM 2.5 ผ่านการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด
นางสาวเสาวลักษณ์ ดีแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนดาราวิทยาลัย กล่าวว่า โรงเรียนให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของนักเรียนเป็นอันดับแรก จึงสนับสนุนการใช้เทคโนโลยีติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ รวมถึงการใช้พื้นที่ภายในโรงเรียนเป็นจุดรับส่งที่ปลอดภัย เพื่อลดความแออัดบริเวณหน้าโรงเรียนและลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ
ขณะที่ พ.ต.ท.ศักดา โชติพัฒนโภคิณ รองผู้กำกับการกลุ่มงานจราจร ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า พื้นที่ถนนแก้วเนาวรัตน์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนทั้งสองแห่ง มีนักเรียนรวมกันกว่า 13,000 คน บนถนนยาวเพียง 2 กิโลเมตร ทำให้ปริมาณรถยนต์ส่วนบุคคลเกินขีดความสามารถของโครงสร้างถนนรองรับ
ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้ใช้มาตรการจัดการจราจรแบบ Reversible Lane ในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่การแก้ปัญหาในระยะยาวจำเป็นต้องพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อการเดินทางได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมนำเทคโนโลยีกล้อง AI และระบบวิเคราะห์ข้อมูลจราจรมาสนับสนุนการวางแผนและบริหารจัดการในอนาคต
ด้าน นางสาวเยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ ผู้อำนวยการสำนักประสานงานระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) กล่าวว่า โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาระบบรถรับส่งนักเรียนต้นแบบ ที่ใช้กระบวนการวิจัยเชิงพื้นที่และการออกแบบร่วม (Co design) เพื่อสร้างระบบขนส่งที่ปลอดภัย เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานจริง
บพท. ได้สนับสนุนการวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทาง พฤติกรรมการใช้รถใช้ถนน และความหนาแน่นของการจราจร ผ่านระบบฐานข้อมูลและ Dashboard เพื่อออกแบบเส้นทางและรูปแบบการให้บริการที่เหมาะสม พร้อมติดตามและประเมินผลอย่างต่อเนื่องหลังเริ่มดำเนินโครงการ
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของการบูรณาการระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา หน่วยงานด้านความปลอดภัย และภาควิชาการ เพื่อพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดที่ตอบโจทย์ทั้งการแก้ปัญหาการจราจร การลดมลพิษ และการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนเชียงใหม่ โดยมีเป้าหมายต่อยอดสู่การพัฒนาโครงข่าย EV Bus และระบบขนส่งสาธารณะอัจฉริยะที่ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัดในอนาคต
ติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/cmpublictransports?comment_id=Y29tbWVudDoxMzEyMjgzNTUxMDQ1MjM3XzIwNDcwMjY1NjI4NzM5NTU%3D
ภาพ 2 : องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง









