back

สทนช. พลิกโฉมการวางแผนด้านทรัพยากรน้ำ คันแนวคิด SEA ตั้งกรอบคิดสมดุล “เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม” บนพื้นฐานทรัพยากรและชุมชน

15 มิ.ย. 2569 19:46 View: 11
author profile image
ชวลิต สจ.มอไซต์
สทนช. พลิกโฉมการวางแผนด้านทรัพยากรน้ำ คันแนวคิด SEA ตั้งกรอบคิดสมดุล “เศรษฐกิจ-สังคม-สิ่งแวดล้อม” บนพื้นฐานทรัพยากรและชุมชน วันนี้ (15 มิ.ย.69) นายอนันต์ เพ็ชร์หนู ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ภาค 1 ได้นำคณะ สื่อมวลชนลงพื้นที่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก ในกิจกรรมสร้างการรับรู้ผ่านสื่อ ครั้งที่ 1 โครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทการบริหาร จัดการทรัพยากรน้ำในเขตลุ่มน้ำสาละวิน ปรับปรุงช่วงที่ 1 (พ.ศ. 2566 - 2580) เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับ แนวคิดการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ (SEA) ที่ สทนช. นำมาใช้ปรับปรุงแผนแม่บทฯ ลุ่มน้ำสาละวิน โดยประสานเชื่อม สื่อมวลชนในการประชาสัมพันธ์ ขยายผลการรับรู้ และเชิญชวนให้ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วนเข้ามามีบทบาทในการร่วมกำหนด ทิศทางและวางอนาคตในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ รวมถึงร่วมสะท้อนภาพข้อเท็จจริงของสถานการณ์น้ำ ปัญหาด้าน ทรัพยากรน้ำในพื้นที่ต้นแบบ และรับฟังเสียงสะท้อนข้อเสนอแนะของภาคประชาชนในพื้นที่จริง นายอนันต์ กล่าวว่า สทนช. ได้ดำเนินโครงการศึกษาจัดทำแผนแม่บทลุ่มน้ำสาละวินฉบับปรับปรุงนี้ เพื่อยกระดับการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำให้มีความสมบูรณ์ สอดคล้องกับพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 และรองรับทิศทางการ พัฒนาประเทศในระยะยาว การปรับปรุงแผนในครั้งนี้สืบเนื่องมาจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) ได้เห็นชอบ (ร่าง) แผนแม่บทฯ ทั้ง 22 ลุ่มน้ำ เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2567 และมีข้อเสนอแนะให้เพิ่มความครบถ้วนในด้านเป้าหมาย ตัวชี้วัด และแนวทางการพัฒนาที่ชัดเจน โดยบูรณาการกระบวนการ SEA เข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการกำหนดทิศทาง เพื่อให้การ วางแผนเกิดความสมดุล โปร่งใส พิจารณาทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้าน และไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมรวมถึงวิถีชีวิต ของชุมชน สำหรับลุ่มน้ำสาละวิน ถือเป็นลุ่มน้ำชายแดนที่สำคัญของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ 19,105 ตารางกิโลเมตร ครอบคลุม พื้นที่บางส่วนของจังหวัดตาก แม่ฮ่องสอน และเชียงใหม่ ประกอบด้วย 22 ลุ่มน้ำสาขา มีแม่น้ำสายหลักคือ แม่น้ำเมย แม่น้ำยวม และแม่น้ำปาย ที่ไหลลงสู่แม่น้ำสาละวิน ด้วยสภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่ที่เป็นภูเขาสูงขันและอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ ทำให้ภูมิภาคนี้ เผชิญปัญหาซับซ้อน ทั้งปัญหาน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งในฤดูฝน ปัญหาภัยแล้งขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ในพื้นที่นอกเขต การชะล้ ยของดิน และข้อจำกัดในการพัฒนาแหล่งกักเก็บน้ำ สทนช. จึงได้เร่งศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน ทั้งการประเมินศักยภาพแหล่งน้ำต้นทุน และการวิเคราะห์สมดุล น้ำในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการใช้น้ำในทุกภาคส่วน ทั้งเพื่อการอุปโภคบริโภค การเกษตร การท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม ควบคู่ไปกับการรองรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยมุ่งเน้นการ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำ การป้องกันภัยพิบัติทางน้ำ และการฟื้นฟูระบบนิเวศต้นน้ำอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ นายอนันต์ ได้กล่าวเน้นย้ำว่า “การนำกระบวนการ SEA เข้ามาขับเคลื่อนในครั้งนี้ จะเป็นกุญแจสำคัญในการเปิด พื้นที่ให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันออกแบบอนาคตลุ่มน้ำสาละวินในอีก 15 ปีข้างหน้า โดยเราจะไม่เริ่มจากการตั้งเป้าว่าจะพัฒนา โครงการโครงสร้างพื้นฐานโดๆ เป็นตัวตั้ง แต่จะเริ่มต้นด้วยการนำข้อจำกัดและศักยภาพด้านสิ่งแวดล้อม ตลอดจนวิถีชีวิต อัตลักษณ์ และความต้องการของชุมชนมาเป็นกรอบคิดเชิงยุทธศาสตร์ร่วมกันก่อน เพื่อสกัดออกมาเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการ พัฒนาและจัดทำแผนแม่บทฯ ที่สมดุลและยั่งยืนอย่างแท้จริง” ชวลิต วิกุลชัยกิจ/รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง