back
สืบหาต้นตอ ปลาตายคลองอู่ตะเภา สัญญาณอันตรายที่ต้องเร่งแก้ไข
11 พ.ค. 2569 17:29
View: 74

สามารถ สาเร็ม
สืบหาต้นตอ ปลาตายคลองอู่ตะเภา สัญญาณอันตรายที่ต้องเร่งแก้ไข
--------
รายงานจาก: พื้นที่ลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภา จังหวัดสงขลา
.
พฤหัสบดีที่ 8 พฤษภาคม 2569 คือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรมทางธรรมชาติที่ชาวลุ่มน้ำอู่ตะเภาจะไม่มีวันลืม ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องจากบ่ายจดค่ำ ครอบคลุมพื้นที่สะเดา หาดใหญ่ จนถึงบางกล่ำ ดูเหมือนจะเป็นพรจากฟ้าที่ช่วยคลายร้อน แต่ในยามดึกสงัด กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงที่ลอยมากับสายลมกลับกลายเป็นสัญญาณเตือนภัยที่น่าสะพรึงกลัว
.
เช้าวันศุกร์ 9พฤษภาคม 2569 น้ำในคลองที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่เปลี่ยนสีเป็นดำสนิท กลิ่นเน่าเหม็นคลุ้งไปทั่วบริเวณตลอดปลายน้ำคลองอู่ตะเภา
ภาพที่ปรากฏแก่สายตาคือซากปลาลอยเกลื่อน กุ้งหัวหญ้า แม่กุ้ง ที่เคยหลบซ่อนตามกอหญ้าต่างพากันดีดตัวขึ้นฝั่งเพื่อหนีความตายในน้ำที่ไร้ออกซิเจน(?)
.
เส้นทางสำรวจซากศพ: เมื่อแม่น้ำกลายเป็นสุสาน
.
วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผู้เขียนได้ร่วมลงพื้นที่กับคุณธนทร แก้วอนุรักษ์ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน และคณะ เพื่อแกะรอยหาต้นตอของวิกฤตครั้งนี้ เรือสำรวจออกจากท่าบ้านเหนือ ตำบลคูเต่า ล่องทวนกระแสน้ำผ่านวัดคูเต่าและมัสยิดบ้านทุ่งน้ำ กลิ่นเหม็นเน่ารุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนถึงจุดตัดกูโบร์บ้านท่าช้าง
.
ณ จุดบรรจบของคลองระบายน้ำที่ 3 ซึ่งรับน้ำจากเขตเมืองหาดใหญ่ฝั่งตะวันออกผ่านคลองระบายน้ำที่5 เราเริ่มเห็นภาพที่บีบคั้นหัวใจ ปลาใหญ่น้อยพยายามโผล่พ้นน้ำเพื่อฮุบอากาศเฮือกสุดท้ายก่อนจะแน่นิ่งไป เมื่อล่องต่อถึงวัดนารังนก จุดที่คลองแห คลองที่ระบายน้ำจากหาดใหญ่ไหลลงสู่อู่ตะเภา ภาพสีน้ำดำสนิทที่ตัดกับลำน้ำเดิมอย่างชัดเจนกลายเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ถึงมลพิษที่ถูกชำระล้างลงมา จำนวนปลาที่ตายลอยเหนือน้ำจำนวนมาก
.
ลมหายใจที่ถูกพราก: เสียงจากปากคำชาวบ้าน
.
ที่บริเวณบ้านคู ตำบลบ้านหาร เราพบกับชาวบ้านที่กำลังยก "กัด" ดักปลาด้วยแววตาเศร้าสร้อย พวกเขาบอกเล่าความจริงที่น่าตกใจว่าน้ำเน่าที่ปล่อยลงมาจากแถวท่าไทรทำให้ปลาและกุ้ง "น็อกน้ำ" จนแทบหมดสิ้น
.
"เมื่อคืนลูกชายตักกุ้งตามริมตลิ่งได้ถึง 10 กิโลกรัม มันไม่ใช่ความโชคดี แต่มันคือความตายของคลอง" ชาวบ้านคนหนึ่งกล่าว
.
ตลอดสองฝั่งน้ำ เราเห็นเด็กๆ และนักยิงปลามายืนรอยิงปลาที่ลอยคอรอความตาย เป็นภาพสะท้อนของวิกฤตปากท้องที่เกิดขึ้นบนความล่มสลายของระบบนิเวศ เมื่อเรือล่องไปถึงสะพานรถไฟท่าไทร เราพบกับ "จำเลย" สำคัญ ท่อระบายน้ำขนาดใหญ่ที่ปล่อยน้ำสีดำสนิทไหลลงสู่คลองอู่ตะเภาอย่างต่อเนื่อง ราวกับเข็มพิษที่ฉีดเข้าสู่เส้นเลือดใหญ่
.
ผลกระทบที่มากกว่าปลาตาย: อนาคตที่ถูกทำลาย
คุณธนทร แก้วอนุรักษ์ ระบุว่า การสำรวจครั้งนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการหาคนผิด แต่เป็นการหาแนวทางแก้ไขเร่งด่วน เพราะผลกระทบนี้รุนแรงเกินกว่าจะเพิกเฉย
.
ความมั่นคงทางอาหาร ปลาที่ตายจากน้ำเน่าอาจปนเปื้อนสารพิษและไม่ปลอดภัยต่อการบริโภค
รายได้ชาวบ้าน อาชีพดักปลา ยกบาม ที่หล่อเลี้ยงครอบครัวมาหลายชั่วอายุคนต้องหยุดชะงัก
.
ระบบนิเวศวงกว้าง น้ำเสียเหล่านี้กำลังไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง อาจกระทบต่อสัตว์น้ำอันเป็นแหล่งที่มาของรายได้ประชาชนรอบทะเลสาบ
.
คลองอู่ตะเภาเปรียบเสมือน "แม่" ที่เลี้ยงดูผู้คนมาเนิ่นนาน แต่วันนี้ "แม่" กำลังถูกกระทำอย่างทารุณ สัตว์น้ำที่เปรียบเสมือนลูกหลานตายเกลื่อนคลาคล่ำ หากวันนี้ไม่มีการเยียวยาหรือวางมาตรการป้องกันที่ยั่งยืน ลมหายใจสุดท้ายของอู่ตะเภาก็อาจจะดับสูญไปพร้อมกับซากปลาเหล่านี้ในไม่ช้า...
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








