back
สภาริมรางขอนเเก่น : เปิด 3 ข้อกังวลต่อ (ร่าง) พ.ร.บ.TOD หวั่นแย่งยึดที่ดินที่อยู่อาศัยคนจน
24 เม.ย. 2569 21:59
View: 199

Nutt.K
สภาริมราง : เปิด 3 ข้อกังวลต่อ (ร่าง) พ.ร.บ. TOD ชี้ ‼️ นำสู่การเเย่งยึดที่ดิน—ที่อยู่อาศัยคนจน สู่มือนายทุนทั้งไทยเเละข้ามชาติ ไม่มีกลไกคนท้องถิ่นร่วมตัดสินใจพัฒนาพื้นที่ รวมศูนย์จัดการที่ดินสู่การเป็นกำไรสินค้า ไม่เน้นพัฒนาคุณชีวิตคนเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ////
.
จากกันจัดวงวิเคราะห์ (ร่าง) พระราชบัญญัติ “การพัฒนาพื้นที่ในเเละโดยรอบโครงสร้างพื้นฐานทางราง พ.ศ. …” หรือ เเนวคิดแบบ “ทีโอดี” TOD (Transit-Oriented Development) ร่วมกับ —ขบวนคนจนเพื่อสิทธิที่ดินที่อยู่อาศัย ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา สภาริมรางขอนเเก่น พบข้อน่ากังวลต่อชุมชนและท้องถิ่น และพื้นที่ทุกจังหวัดที่อยู่โดยรอบย่านสถานีรถไฟ—หรือระบบรางขนาดใหญ่ โดยมีข้อกังวลเบื้องต้นใน 3 ประเด็น ดังนี้
.
1) (ร่าง) พ.ร.บ.ฉบับนี้ มีเป้าหมายภาพรวมเป็นไปเพื่อเปลี่ยนมือที่ดินโดยรอบสถานีรถไฟและบริเวณใกล้เคียงไปสู่การเป็นสินค้าและกำไร
.
ไม่ได้ให้ความสำคัญเพื่อพัฒนาพื้นที่ให้เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานสำหรับพัฒนาคุณภาพชีวิตของทุกคน เน้นใช้ประโยชน์เพื่อการสะสมทุนเพียงคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง คนจนรายได้น้อยแทบจะไม่มีโอกาสหรือส่วนร่วมในการเข้าไปใช้ประโยชน์ร่วมในพื้นที่ ผลักให้เมืองเป็นเพียงพื้นที่ของคนรวยอยู่ได้เท่านั้น แต่คนจนรายได้น้อยต้องถูกบังคับให้ออกไปอยู่นอกเมือง หรือที่อยู่อาศัยใหม่ในแนวสูง ไม่ใช่เมืองที่เป็นธรรมและให้โอกาสที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคน เมืองจะถูกพัฒนาให้กลายเป็นเพียงย่านผู้ดี ที่มีแต่คนรายได้สูงอยู่ได้เท่านั้น หรือการเช่าระยะยาวมากกว่า 50 ปี ของกลุ่มทุนข้ามชาติ โดยคนท้องถิ่นเข้าไม่ถึงผลประโยชน์ใด
.
2) การเวนคืนเรียกคืนที่ดินและพัฒนาพื้นที่ใน (ร่าง) พ.ร.บ. ผูกขาดอำนาจตัดสินใจรวมศูนย์ที่ส่วนกลางและแย่งยึดที่ดินเกินความจำเป็น
.
กระบวนการพิจารณาพัฒนาพื้นที่ มาจากคณะและกลุ่มคนไม่กี่คน ทั้ง คณะกรรมการนโยบายที่ส่วนใหญ่เป็นคณะรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ และสำนักงาน TOD ในระดับพื้นที่ ที่องค์ประกอบมีเพียงหน่วยงานรัฐ และกลุ่มนายทุนอสังหาริมทรัพย์ ไม่มีมิติมุมมองพิจารณาในการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คนที่มาจากประชาคมของคนท้องถิ่นเลย โครงสร้างกลไกขับเคลื่อนตาม (ร่าง) พ.ร.บ. ไม่สะท้อนการกระจายอำนาจการมีส่วนร่วม ผูกขาดการตัดสินใจที่อำนาจรัฐและผู้ลงทุนมากเกินไป ละเลยกระบวนการมีส่วนร่วมที่ก้าวหน้า ที่ยึดการตัดสินใจเเละการพัฒนาที่มาจากคนในท้องถิ่น อาจนำสู่ความขัดเเย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตในการช่วงชิงพื้นที่กัน ระหว่างรัฐเเละนายทุน ที่จะปะทะกับคนในพื้นที่หรือชุมชนดั้งเดิม
.
3) การพัฒนาพื้นที่ที่ไม่ได้คำนึงถึงชุมชนดั้งเดิม หรือชุมชนที่จะถูกขับไล่เวนคืนออกไปตาม (ร่าง) พ.ร.บ.
.
เช่น กรณีชุมชนในที่ดินการรถไฟ หรือกลุ่มผู้เช่าพาณิชย์อื่นๆ ที่อยู่ในที่ดินของรัฐที่มีสัญญาเช่าถูกต้อง มีกระบวนการโครงการบ้านมั่นคงร่วมพัฒนาพื้นที่อยู่แล้ว ไม่ถูกระบุให้ชัดเจนในกฎหมายว่าจะให้คงอยู่ดังเดิมมีสิทธิที่อยู่อาศัยเดิมหรือไม่ รวมถึงพื้นที่กรรมสิทธิ์อื่นๆที่ไม่ใช่ของรัฐ ที่อยู่ในแนวเขต (ร่าง) พ.ร.บ. ก็มีส่วนที่จะถูกเรียกเวนคืนที่ดินได้ตามมาตราอำนาจของ พ.ร.บ.ฉบับนี้ ทั้งที่ชุมชนดั้งเดิมเหล่านี้กำลังมีกระบวนการพัฒนาพื้นที่และคุณภาพชีวิตผ่านโครงการแก้ไขปัญหาผลกระทบจากการพัฒนาระบบรางตาม มติ ครม.มาก่อนแล้ว
.
สภาริมรางขอนเเก่น จึงเห็นว่า ต้องยุติการเสนอ (ร่าง) พ.ร.บ.กฎหมายฉบับนี้ เข้าสู่ คณะรัฐมนนตรี (ครม.) โดยทันที เพื่อกลับมาทบทวนเนื้อหาใหม่ร่วมกันอย่างมีส่วนร่วมรอบด้าน หรือพัฒนาเเผนทางเลือกใหม่อื่นๆ ที่จะไม่กระทบเบียดขับผู้คนที่เผชิญความยากลำบากอยู่เเล้ว ให้ต้องได้รับผลกระทบอีก “เมืองที่เป็นโอกาส ต้องเป็นโอกาสสำหรับทุกคน” ไม่ใช่คนมีเงินเพียงอย่างเดียวที่เข้าถึงได้ ///
———
ขบวนสภาริมรางเมืองขอนเเก่น
24 เมษายน 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง







