back
ต่อยอดพื้นที่ต้นแบบสาวะถีสู่โมเดลท่องเที่ยวสาวะถีวิถีสุข
7 เม.ย. 2569 17:48
View: 85

สุมาลี สุวรรณกร
ภาคีอาสาขอนแก่น จัดเวทีระดมสมองฟังความคิดเห็นจาก 3 ภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนและภาคประชาชนในพื้นที่ เสนอต่อยอดพื้นที่สาวะถีโมเดล สู่โมเดลการท่องเที่ยววิถีสุข โดยเชื่อมโยง 4 มิติ ทั้งสิ่งแวดล้อม สังคม เศรษฐกิจ และสุขภาพ ควบคู่กัน
เมื่อวันที่ 7 เมษายน 2569 ตั้งแต่เวลา 09.00 น. ภาคีอาสาจังหวัดขอนแก่น นำโดยนางสุมาลี สุวรรณกร หัวหน้าคณะทำงานภาคีอาสาพร้อมคณะ ได้จัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อต่อยอดพื้นที่สาวะถีโมเดล สู่โมเดลท่องเที่ยวสาวะถีวิถีสุข ที่ศาลาศิลปวัฒนธรรม วัดไชยศรี ตำบลสาวะถี อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น โดยมีนายกองโทพิชัย วันตา นายอำเภอเมืองขอนแก่นเป็นประธานการประชุม
นางสุมาลี สุวรรณกร กล่าวว่า ตำบลสาวะถี ถือเป็นพื้นที่ที่มีต้นทุนทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็นพื้นที่ต้นแบบ “สาวะถีโมเดล” ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังบวร (บ้าน วัด โรงเรียน) จนเป็นที่ประจักษ์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนและสอดรับกับบริบทการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบัน คณะทำงานฯ จึงได้หารือกับแกนนำในพื้นที่ ในการต่อยอดพื้นที่สาวะถี สู่ต้นแบบแห่งการบริหารจัดการ โดยทางแกนนำชุมชนร่วมกันผลักดันแนวคิด “สาวะถีวิถีสุข” ของพระครูบุญชยากร เจ้าอาวาสวัดไชยศรี ที่ได้ดำริเอาไว้มาเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อน
“การจัดประชุมเชิงปฏิบัติการในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์สำคัญ 3 ประการ คือเพื่อวางแผนการท่องเที่ยวชุมชนโดยใช้พื้นที่เป็นฐาน บูรณาการทุกภาคส่วนเพื่อต่อยอดจากสาวะถีโมเดลเดิม สู่การสร้างมูลค่าใน 4 มิติ คือ มิติสุขภาพ มิติสังคม มิติสิ่งแวดล้อม และมิติเศรษฐกิจ เพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายคนทำงาน ทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และท้องถิ่น ให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม ในการผลักดันให้สาวะถีเป็นชุมชนท่องเที่ยวต้นแบบที่จะขยายไปสู่พื้นที่อื่น และเพื่อพัฒนาต่อยอดสถานที่ท่องเที่ยวและทรัพยากรในชุมชน ให้มีความพร้อมในการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเยือน โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึงนี้และในอนาคตด้วย”นางสุมาลี กล่าว
และว่า การกำหนดต่อยอดพื้นที่เพื่อเป็นโมเดลด้านการท่องเที่ยว เพราะการท่องเที่ยวคือจุดศูนย์รวมที่จะนำเอามิติทางสังคมต่าง ๆ มานำเสนอเพื่อสร้างเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ หากสิ่งแวดล้อมในชุมชนไม่ดี สังคมไม่ดี ก็ไม่สามารถนำเอามาเสนอสู่สายตานักท่องเที่ยวได้ และเมื่อนำเอามาเสนอแล้ว เรื่องอาหาร เรื่องสุขภาพก็สำคัญ และเมื่อสุขภาพดี มีสิ่งดี ๆ ในชุมชนก็จะนำไปสู่เศรษฐกิจที่ดีด้วยเช่นกัน
ด้านพระครูบุญชยากร เจ้าอาวาสวัดชัยศรี เจ้าคณะตำบลสาวะถี ซึ่งเป็นคนให้คำจำกัดความการพัฒนาแบบสาวะถีว่า “สาวะถีวิถีสุข” กล่าวว่า สาวะถีมีต้นทุนทางพื้นที่ที่ดีหลายอย่าง ทั้งเรื่องของจุดเด่นคือที่โบสถ์ วัดไชยศรีซึ่งมีจิตรกรรมฝาผนั งจากวรรณกรรมเรื่องสังข์ศิลป์ชัยนอกจากนั้นยังมีความเข้มแข็งของชุมชนที่รวมกลุ่มกันทำกิจกรรมในพื้นที่และต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ ในรูปแบบบริษัทสินไซโมเดลวิสาหกิจเพื่อสังคม รวมไปถึงมีพื้นที่เชื่อมโยงใกล้เคียงทั้งคณะหมอลำระเบียบวาทศิลป์ และพื้นที่ของกลุ่มเปราะบางอย่างพื้นที่ชุมชนอัจฉริยะโนนกู่ ซึ่งเป็นที่อยู่ของผู้ปกครองและเด็กออทิสติก ซึ่งได้มาสร้างพื้นที่อาศัยในชุมชนเพื่อทำการเกษตรและต่อยอดสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ นอกจากนั้นในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างบ้านโนนกู่ ก็มีกู่โบราณอายุกว่าพันปี ซึ่งเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวบ้านในพื้นที่ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นจุดเด่นของชุมชนสาวะถีที่จะต่อยอดสู่การท่องเที่ยววิถีสุขในอนาคต
ด้านดร.ดร.ณัฏฐิญา ตันทสุข นายกสมาคมท่องเที่ยวและไมซ์จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า ขอนแก่นต้องหาเสน่ห์ของตัวเองให้เจอ เพราะเสน่ห์ของอีสานไม่ใช่พื้นที่แต่กลายเป็นวิถีชีวิต ประเพณีวัฒนธรรมที่เรามีอยู่ เป็นเสน่ห์ที่ที่อื่นไม่มี เราไม่จำเป็นต้องมีเหมือนกรุงเทพฯ พัทยา เชียงใหม่ หรือภาคใต้ เพราะนักท่องเที่ยวที่มาต้องการมาสัมผัสสิ่งที่เราเป็น เสน่ห์แบบพื้นถิ่นที่คนอื่นไม่มี เพราะฉะนั้นหากเราค้นหาอัตลักษณ์ของตัวเองได้และนำออกมานำเสนอจะทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเห็นสิ่งที่เรามี และเป็นเสน่ห์ที่จะต่อยอดไปสู่การสร้างสังคมที่ดี สิ่งแวดล้อมที่ดี สุขภาพดีและเศรษฐกิจดีในอนาคต ทางสมาคมท่องเที่ยวฯยินดีเป็นเครือข่ายในการจับมือร่วมกันทำแผนดำเนินการเพื่อผลักดันให้สาวะถีและพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดขอนแก่นก้าวสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนได้
การประชุมในวันนี้ได้มีการแบ่งกลุ่มเพื่อระดมความคิดเห็นในการหาจุดอ่อน จุดแข็ง และการต่อยอดการท่องเที่ยวของสาวะถี โดยได้บทสรุปว่า ให้สาวะถีเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ โดยเน้นวิถีชีวิตแบบอีสานที่เป็นเสน่ห์ให้คนมาเยือนและสัมผัสอย่างแท้จริง โดยมีทุกภาคส่วนมามีส่วนร่วม ทั้งบ้าน วัด โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และไม่ลืมคนเปราะบางและผู้สูงอายุ ซึ่งจะต้องดึงเด็กเยาวชนคนรุ่นใหม่มามีส่วนร่วมด้วย.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













