back
เรียนรู้โบราณสถานชุมชนวัดจันทร์
5 เม.ย. 2569 10:02
View: 10

Sombat Drama
#ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ เปิดห้องเรียน หลาดนัด(เรียนรู้)ชุมชน
วันที่ 4 เมษายน 2569 เวลา 09.30-14.30 น.
ศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ ตอน หลาดนัดเรียนรู้ชุมชน
ชวนเด็ก ๆ ทั้งในและนอกชุมชนที่สมัครเข้ามาเป็นนักเรียนรู้ประจำศูนย์การเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนวัดจันทร์ ต.วัดจันทร์ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ประจำปี 2569
ภายใต้โครงการ #feeltrip และสนับสนุนทุนโดย #สสส. #สสย.
วันนี้เป็นการเปิดห้องเรียนเรียนรู้ครั้งแรก
ผ่านกิจกรรมออกตามหาเรื่องเล่าในชุมชนวัดจันทร์
ที่เด็ก ๆ จะได้เรียนรู้พื้นฐานของการสร้างโครงเรื่องละครอย่างง่าย
ด้วยการทำสตอรี่บอร์ดเล่าเรื่อง
- โดยเริ่มต้นกิจกรรมด้วยการทำแบบประเมินก่อนการเรียนรู้
- ต่อด้วยกิจกรรมเช็คอิน ความรู้สึกและชื่อเล่นของฉัน
- และเล่นเกมยักษ์ตาเดียว (ผู้เล่น 1 คนเป็นยักษ์วิ่งไล่จับ ใครโดนแตะจะต้องหยุดแข็งเป็นหินในท่าวิ่งนั้น ๆ สองคนจับมือกันและคล้องตัวผู้ที่โดนแตะจึงมีสิทธิ์ช่วยได้วิ่งต่อ ถ้ายักษ์แตะได้หมดทุกคนจะเป็นผู้ชนะไป)
- ชวนละลายพฤติกรรมและวอร์มร่างกายวอร์เสียงเพิ่มขึ้นจากกิจกรรม 1 ท่า 1 เสียง (เริ่มต้น 1 คนใช้เสียงชื่อเล่นตัวเองพร้อมท่า 1 ท่า ที่เหลือทำตามให้เหมือน เวียนสลับกันจนครบทั้งวง เป็นเป็นเสียงที่ให้ความรู้สึกใหญ่ และเล็ก
- จากนั้นเด็ก ๆ ค่อย ๆ เดินในระดับเร็วช้า และหยุดทำท่านั่ง นอน ยืนท่าแปลก ก่อนจะมาประกอบร่างกันเป็นกิจกรรมต่อตัวกลไก ทำภาพนิ่งรูปดอกไม้ พัดลม และสถานที่
- จากสถานที่ชวนเด็ก ๆ ต่อยอดภาพนิ่งต่อเป็น 3 ภาพเล่าเรื่อง ที่มีทั้ง จุดเริ่มต้น จุดขัดแย้ง และจุดจบ ก่อนจะมาใส่คำพูดและภาพเคลื่อนไหวเล็กน้อย และบันทึกเป็นสตอรี่บอร์ดในสมุดบันทึกตนเอง (นอกจากเด็ก ๆ ต้องจัดองค์ประกอบภาพให้น่าสนใจ ทั้งระดับ จุดเด่นที่ต่างกันแล้ว ในสตอรี่บอร์ดเด็ก ๆ จะต้องบันทึกให้เห็นว่า ใคร+ทำอะไร+ที่ไหน+กับใคร+อย่างไร ด้วย)
เรียนไปบ้างมีช่วงพักกินน้ำกินขนมไปบ้าง บรรยากาศการเรียนสบาย ๆ ค่อย ๆ ดูแลกันไปตามวัยที่หลากหลาก หลังจากแลกเปลี่ยนสตอรี่บอร์ดด้วยกันแล้ว เรา เด็ก ๆ และผู้ปกครองชวนออกเดินทางกันไปกินก๋วยเตี๋ยวโบราณหน้าวัดจันทร์ต่อ เพราะกิจกรรมต่อไปจะเกิดขึ้นในวัดจันทร์
กินอิ่มแล้ว เป็นบรรยากาศการกินที่สนุก น่ารักดี ส่วนตัวชอบตอนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวกับเด็ก ๆ มาก มันทำให้เราได้คุยกันจริง ๆ ได้รู้จักกันมาขึ้นผ่านความชอบของแต่ละคน บางคนชอบเส้นเล็ก เส้นใหญ่ เส้นหมี่ บางคนชอบกินเนื้อก่อน บางคนขอกินเส้นก่อน บางคนกินน้ำกินข้าวไปด้วย 555 เราต้องฝึกกันใหม่ทุกเรื่องจริง ๆ เราคุยแลกเปลี่ยนกันไปถึงสีที่แต่ละคนชอบร่วมกันบนโต๊ะอาหาร ก่อนจะชวนกันไปฟังเรื่องเล่าจากเจ้าอาวาสในวัดจันทร์ต่อ
เจ้าอาวาสวัดจันทร์ (พระสมุห์วิจิตร ผลธัมโม) เล่าให้ฟังว่า
“วัดจันทร์ก่อตั้งมาประมาณปี พ.ศ.1673 ก่อนอยุธยา แต่ไม่ปรากฏในหนังสือ
(ราว 896 ปีมาแล้ว) ซึ่งชาวบ้านช่วงนั้นมีอาณาจักรของชุมชนในแถบนี้อยู่ตลอดตั้งแต่ บ้านม่วงงาม บ้านมะขามคลาน และบ้านเสื้อเมือง จึงได้สร้างวัดไว้ ณ ที่แห่งนี้ โดยมีสวนจันทน์เทศ หรือต้นจันทน์เทศเป็นสัญลักษณ์หรือจุดเด่น แล้วก็ตั้งชื่อบ้านคือบ้านพังเถร (ปัจจุบันเป็นชื่อหมู่บ้านที่อยู่ข้าง ๆ วัด) แต่หลังจากนั้นมามีการขึ้นทะเบียนเป็นวัด
แต่คำว่า “วัดจันทน์” มีที่มาจาก “ต้นจันทน์เทศ” แต่พอยุคปัจจุบันเรื่อยมา วัดจันทน์ ได้ถูกเปลี่ยน เป็นวัดจันทร์ (ทร์) คือเป็นดวงจันทร์ไปเลย อบต.จึงใช้วัดนี้เป็นวัดประจำตำบลเพราะตั้งวัดมาก่อน
ซึ่งตรงบริเวณนี้เมื่อก่อนเป็นที่ราบลุ่ม มีทุ่งนาล้อมรอบ สังเกตได้จากบ่อน้ำที่มีอยู่บริเวรส่วนหน้าของวัด ซึ่งที่ไม่สาถารถถมได้เพราะบริเวณนั้นเป็นแอ่งน้ำ คนสมัยโบาณเขานับถือกัน ถ้าแอ่งนำจะถมหรือจะปิดอะไรต้องไม่ให้ปิดหมด (เอาไว้หายใจ) จึงทำบ่อเอาไว้ ซึ่งเมื่อก่อนศาลาโรงครัว ศาลาหอฉันก็อยู่ใกล้ ๆ บ่อน้ำทั้งหมด ด้านในมีเพียงศาลาโรงธรรม และศาลาอุโบสถเท่านั้น
พระอาจารย์ชี้แจงเพิ่มเติมว่า บางครั้งวัดก่อนที่จะมีการขึ้นทะเบียนเป็นวัดนั้น จะยังเป็นที่พักสงฆ์ หรือจากที่พักสงฆ์ก็จะยกเป็นสำนักสงฆ์ก่อน เมื่อมีพระอยู่เรื่อย ๆ จึงยกตั้งเป็นวัด (เข้ากรมศาสนา) เพราะฉะนั้นการนับช่วงเวลาของการก่อร่างสร้างวัดจึงนับเพียงช่วงเวลาที่มีการขึ้นทะเบียนแล้วเท่านั้น
ในส่วนของต้นจันทน์เทศ ที่เป็นที่มาของชื่อวัดและชื่อตำบล พระอาจารย์บอกเล่าเพิ่มเติมว่าไม่ใช่จันทน์กินลูก แต่เป็นจันทน์เทศ ซึ่งปัจจุบันไม่มีแล้ว แต่ได้ปลูกจันทน์กินลูกเข้ามาทดแทน
หลังจากมีการจัดตั้งวัดขึ้นจึงมีการสร้างอุโบสถ ไว้ประดิษสถานพระพุทธรูป สมัยก่อนกรุงศรีอยุธยา ตรงจุดนี้พระอาจารย์ไม่มั่นใจว่าพระพุทธรูปจะมาสร้างก่อนวัดหรือไม่ แต่อุโบสถนั้นสร้างมาแล้วราว 200 กว่าปี แต่พระธศรี หรือพระสีมา {ใบเสมา =เครื่องหมายบอกเขตแดนที่พระสงฆ์ทำสังฆกรรม (พัทธสีมา)} ที่อยู่รอบอุโบสถมีอายุเกือบ 300 ปีมาแล้ว (ราวปี 2351)”
หลังจากได้ฟังเรื่องเรื่องเล่าจากพระอาจารย์เจ้าอาวาสแล้ว เด็ก ๆ ก็มีคำถามเพิ่ม เช่น
- ทำไมมีพระชำรุดอยู่รอบต้นไม้ใหญ่ในวัดเยอะเลย
- ยักษ์มีจริงไหม
- ทำไมผู้ชายทุกคนต้องบวช
ซึ่งพระอาจารย์ก็อธิบายตามเชื่อ และหลักศาสนาให้เด็ก ๆ ได้ฟังจนเข้าใจ ก่อนจะออกเดินทางไปสำรวจสถานที่ในวัดตามเรื่องเล่าของพระอาจารย์ ซึ่งได้เห็นบ่อน้ำจริง ๆ เห็นพระชำรุด เห็นพระพุทธรูป เห็นอุโบสถ ทั้งหมดที่เห็นล้วนเป็นเรื่องตื่นตาตื่นใจและรู้จักที่มามันมากขึ้น มีความหมายกับสิ่งนั้น ๆ ที่เห็นมากขึ้น เพราะได้รู้ข้อมูลจากที่พระอาจารย์เล่าให้ฟัง
เรานั่งพักไว้พระกันที่อุโบสถหลังเก่าที่มีอายุกว่า 200 ปี มีการบูรณะซ่อมแซมใหม่บ้าง เพราะพระอาจารย์บอกว่าของเดิมเป็นไม้ล้วน ซึ่งปัจจุบันกรมศิลปากรเป็นผู้ดูแลอยู่ สัมผัสได้ถึงความร่มเย็นใต้หลังคามุงกระเบื้องเก่าโบราณจนรู้สึกได้ว่าภายในจิตใจของเราก็เย็นตามไปด้วย
เรานำเรื่องเล่าของพระอาจารย์ที่ได้ฟัง มาเลือกและเขียนเป็นสตอรี่บอร์ดเป็นเรื่องเล่าของตนเอง โดยตั้งชื่อว่า ”เรื่องเล่าของวัดจันทน์“ ที่ยังคงจุดเริ่มต้น จุดขัดแย้ง จุดจบของเรื่องเอาไว้ แต่รอบนี้ทุกคนสามารถใส่บทถพูดและเสริมสร้างจินตนาการที่มีที่มาจากเหตุการณ์จริงของแต่ละคนได้เลย
เสร็จพักใช้ฐานหัวกันเยอะแล้ว แวะเล่นเกมฐานกายกันนิดหน่อยผ่านเกมฟันดาบและซิบแซบซับ เพราะปล่อยพลังภายในทั้งร่างกายและเสียงเพื่อจะกล้าเล่าเรื่องออกมา
เด็ก ๆ เล่าเรื่องผ่านสตอรี่บอร์ดตามความเข้าใจของตนเองออกมาอย่างไม่ติดขัด เรื่องราวชุมชนวัดจันทร์ถูกนำมาเล่าต่อในมุมมองของเด็ก ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ก่อนจะปิดจบกิจกรรมผ่านการสะท้อนความรู้สึกหลังการเรียนรู้ครั้งนี้ด้วยกัน เด็ก ๆ และผู้ปกครองสะท้อนว่า
- สนุกมาก ได้รู้จักชุมชนวัดจันทน์ที่แม้ตนเองอยู่ในชุมชนมานานแต่ไม่เคยได้รู้ที่มาของชุมชนแบบนี้เลย
- สนุก ได้เรียนรู้เรื่องการเล่าเรื่องผ่านภาพ
- ชอบตอนวาดภาพ และเล่นเกมฟันดาบ
- ชอบตอนกิจกรรมต่อตัวกลไล ได้ทำภาพเป็นต้นตาลโตนดซึ่งชื่อเดียวกับชื่อตนเองเลย
- กิจกรรมดี ทำให้เด็ก ๆ ซึมซับเรื่องราวเล็ก ๆ ในชุมชนผ่านมุมมองของเขาเอง
- ได้ให้เด็ก ๆ กล้าเรียนรู้ มีความคิดริเริ่ม
ส่วนตัววัดนี้ก็ขอขอบคุณเด็ก ๆ และผู้ปกครอง เจ้าอาวาส และทุก ๆ คนมาก ๆ ตัวเองก็ได้เรียนรู้ไปพร้อมเด็ก ๆ เหมือนกันโดยเฉพาะเรื่อง “วัดจันทน์”
แล้วเจอกันใหม่ต้นเดือนเมษายนที่จะพาไปหาเรื่องเล่าจากทุ่งนากัน 🙏💖
ข่าวที่เกี่ยวข้อง












