back

มรภ.สกลนคร เปิดเวที Poverty Forum ชูวิสาหกิจชุมชนเป็นฐาน สร้างเกราะคุ้มกัน "ทักษะทางการเงิน" มุ่งเป้าสลัดวงจรหนี้

3 เม.ย. 2569 18:17 View: 139
author profile image
แตงโม สกลนคร
เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ณ วัดดอนเล้าข้าว บ้านดงสาร ตำบลโพนงาม อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร คณะนักวิจัยจากแพลตฟอร์มขจัดปัญหาความยากจน จังหวัดสกลนคร ภายใต้การดำเนินงานของมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร ได้จัดเวทีเสวนา "Poverty Forum: การจัดการทักษะทางการเงิน (Financial Literacy)" เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลและระดมความคิดเห็นในการยกระดับคุณภาพชีวิตครัวเรือนยากจนให้เข้าถึงบริการทางการเงิน . โดยได้รับเกียรติจาก ผศ.ดร.สาคร อินทะชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มรภ.สกลนคร เป็นประธานในพิธีเปิด และ อ.สายฝน ปุนหาวงค์ เป็นผู้กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์และภาพรวมการดำเนินงานวิจัย ซึ่งได้รับความสนใจจากตัวแทนหน่วยงานท้องถิ่น ผู้นำชุมชน ครัวเรือนเป้าหมายและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนเข้าร่วมงานเป็นจำนวน 100 คน . สะท้อนวิกฤต "หนี้มรดก" และช่องว่างทางการเงินในครัวเรือน ในเซสชันแรก อ.สายฝน ปุนหาวงค์ ได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจจากการลงพื้นที่วิจัย โดยระบุว่าครัวเรือนยากจนกว่าร้อยละ 40 ยังขาดขีดความสามารถในการจัดการการเงินด้วยตนเอง ซึ่งจำเป็นต้องใช้กลไกของ "วิสาหกิจชุมชน" เป็นฐานที่มั่นสำคัญในการสร้างเศรษฐกิจ ออมเงินสำรอง และจัดการหนี้สิน ที่น่ากังวลคือ "โจทย์วิจัยเรื่องการไม่กลับไปเป็นหนี้" พบว่าแม้ร้อยละ 76 ของกลุ่มเป้าหมายจะเป็นหนี้ในระบบที่ได้รับการพักชำระตามนโยบายรัฐ แต่ในเชิงลึกกลับพบปรากฏการณ์ "หนี้มรดก" ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ซึ่งรับใช้หนี้ที่ไม่ได้เกิดจากการลงทุนเพื่อสร้างรายได้ นอกจากนี้ยังมีพฤติกรรมการกู้ยืมเงินสำรองฉุกเฉินระยะสั้นจากเพื่อนบ้านสะท้อนถึงการขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ครัวเรือนมีรายได้หลักมาจากการทำนา รายได้เสริมมาจากการรับจ้างรายวัน เฉลี่ย 18,347 บาทต่อเดือน ชาวบ้านบอกว่ามีรายได้ที่ไม่เป็นตัวเงินคือพึ่งพาธรรมชาติลดรายจ่าย 3,000 บาทต่อเดือน มีรายจ่ายสำคัญทุกเดือนค่าการศึกษาบุตร ค่าอุปโภค ค่าสวัสดิการ/ฌาปนกิจ 8,768 บาทต่อเดือน . ติดทักษะตามมาตรฐาน OECD เชื่อมโยงกับบริบทชุมชน เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทีมวิจัยได้นำกรอบแนวคิดหลักจาก OECD และ Financial Health ของธนาคารแห่งประเทศไทย มาประยุกต์ใช้ร่วมกับแนวคิด SLF (Sustainable Livelihoods Framework) และ PPVC (Pro-poor Value Chain) เพื่อยกระดับทักษะ 3 ด้าน คือ ความรู้ พฤติกรรม และทัศนคติทางการเงิน ผ่านการปฏิบัติการใน 8 กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมาย 200 คน โดยเน้นการสร้างเศรษฐกิจที่เกิดรายได้ในอาชีพหลักอาชีพเสริม ซึ่งนำโมเดลแก้จนเมื่อ ปี 2565-2566 มาดำเนินการต่อ อาทิ -การลดต้นทุน การทำนาและการผลิตก้อนเชื้อเห็ด -การเพิ่มรายได้ การแปรรูปสบู่และการเปิดดอกเห็ด -กลไกการออม กลยุทธ์สร้างแรงบันดาลใจ "ออมคนละครึ่ง" และการหักต้นทุนเข้ากลุ่มเพื่อปันผลกำไรคืนสู่สมาชิก อ.สายฝน กล่าวว่า การสนับสนุนในทุกกิจกรรมจะมีเงื่อนไขคือต้องเข้าร่วมเป็นสมาชิกวิสาหกิจชุมชน ที่มีการบริหารจัดการการเงินกลุ่ม อาทิ ต้นทุน กำไร ส่วนแบ่ง และหุ้นส่วน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการจัดการเงินให้ครัวเรือน . หลักการพัฒนาวิสาหกิจชุมชน "ศรัทธา โปร่งใส และคนรุ่นใหม่" ในเวทีเสวนาช่วงที่ 2 ตัวแทนภาคส่วนต่างๆ ได้แลกเปลี่ยนมุมมองการจัดการทักษะทางการเงินไว้อย่างแหลมคม คุณจรูญ นาขะมิ้น ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรกรบะหว้าสามัคคี เน้นย้ำว่าแผนธุรกิจต้องชัดเจนทั้งอาชีพหลักอาชีพเสริม มีการปันผลจริงเพื่อให้สมาชิกเห็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม และผู้นำชุมชนเป็นหัวใจหลักในการสร้างความเชื่อมั่น ขณะที่ คุณประวิทย์ จุลนีย์ ผู้จัดการธนาคารประชาชนตำบลไร่ เสนอหลักการ "3 ก." เพื่อสร้างศรัทธาให้สถาบันการเงินชุมชน คือ กฎระเบียบ กติกา และกรรมการ ที่ต้องมีความโปร่งใสตรวจสอบได้ ทางด้าน คุณบัญญัติ คำบุญเหลือ จากบริษัท กวิ จำกัด (Social Enterprise) ให้มุมมองที่ทันสมัยว่า การจะสร้างสถาบันการเงินชุมชนให้ยั่งยืนต้องก้าวให้ทันกระแสโลก โดยควรดึง "คนรุ่นใหม่" ที่มีอายุต่ำกว่า 40 ปี เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการระบบธุรการและทะเบียนอย่างน้อย 2 คนต่อกลุ่ม เพื่อผสมผสานความเชื่อมั่นจากผู้อาวุโสเข้ากับความคล่องตัวของเทคโนโลยี คุณบัญญัติ กล่าวสรุปว่า การยกระดับวิสาหกิจชุมชน เริ่มจากตั้งสถาบันการเงินชุมชน (รับฝาก/ออม/หุ้น) ต่อมารวมกลุ่มสร้างอาชีพเสริม โดยวางแผนการเงินกับกิจกรรมการผลิต มีเป้าหมายสร้างรายได้เท่ากับรายจ่ายในครัวเรือนต่อเดือน และฝากเงินสำรองฉุกเฉิน และรวมกลุ่มอาชีพหลัก โดยวางแผนการเงินกับกิจกรรมการผลิต มีเป้าหมายสร้างรายได้ เพื่อใช้หนี้ ลงทุน ออมระยะยาว . ยกระดับงานสู่แผนพัฒนาท้องถิ่น ช่วงสุดท้ายของการเสวนาเป็นการหารือถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน โดย นายก อบต.โพนงาม, เกษตรอำเภออากาศอำนวย ตัวแทนจาก BEDO จังหวัดสกลนคร และประธานเครือข่ายสภาองค์กรชุมชมจังหวัดสกลนคร มีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า พร้อมจะหนุนเสริมโครงการของวิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง หน่วยงานภาครัฐพร้อมให้คำแนะนำในการเขียนโครงการเพื่อบรรจุเข้าสู่ "แผนพัฒนาท้องถิ่น" แม้ในบางกรณีอาจเกินขอบเขตรับงบประมาณของท้องถิ่น แต่การมีแผนงานที่ชัดเจนจะช่วยให้หน่วยงานในระดับอำเภอและจังหวัดสามารถจัดสรรงบประมาณเข้ามาสนับสนุนได้ง่ายขึ้น . ในวงเสวนา Poverty Forum: ทักษะทางการเงิน (Financial Literacy) ครั้งนี้ ทุกคนเห็นด้วยกับการพัฒนาแบบองค์รวม เริ่มจากวางรากฐานวิสาหกิจชุมชน จับคู่ระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และกิจการเพื่อสังคม เพื่อขับเคลื่อนงานด้านเศรษฐกิจและสถาบันการเงินชุมชน และเพิ่มโอกาสให้คนจนสามารถจัดการสภาพคล่องทางการเงินได้ . เรื่อง: แตงโม สกลนคร
ข่าวที่เกี่ยวข้อง