back
วิกฤตลำน้ำห้วยวาเล่ย์กัดเซาะหนัก! ผู้ใหญ่บ้านมอเกอร์ไทยเร่งลงพื้นที่ รับเรื่องร้องเรียน หวั่นฤดูฝนซ้ำเติมความเสียหาย
2 เม.ย. 2569 18:18
View: 45

ชวลิต สจ.มอไซต์
วิกฤตลำน้ำห้วยวาเล่ย์กัดเซาะหนัก! ผู้ใหญ่บ้านมอเกอร์ไทยเร่งลงพื้นที่ รับเรื่องร้องเรียน หวั่นฤดูฝนซ้ำเติมความเสียหาย
ตาก – สถานการณ์ความเดือดร้อนของชาวบ้านในพื้นที่บ้านมอเกอร์ไทย หมู่ที่ 1 ตำบลวาเล่ย์ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก กำลังถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด หลังเกิดปัญหาลำน้ำห้วยวาเล่ย์กัดเซาะแนวตลิ่งอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อทั้งพื้นที่ทำกินและแนวถนนสัญจรของประชาชนในพื้นที่
ล่าสุด นายบัญชา ลึกกันทึก ผู้ใหญ่บ้านมอเกอร์ไทย พร้อมด้วยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงตามหนังสือร้องเรียนของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ โดยมี นางจันทรารัตน์ ภีระมูล เจ้าของพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย เป็นผู้ร้องเรียนหลักในครั้งนี้
การลงพื้นที่ดังกล่าว มีนายสมคิด เป็นผู้นำคณะไปยังจุดเกิดเหตุ พร้อมชี้ให้เห็นถึงแนวตลิ่งที่ถูกกระแสน้ำกัดเซาะจนพังทลาย โดยพบว่าบางจุดดินสไลด์ลงไปในลำน้ำอย่างชัดเจน และมีแนวโน้มขยายวงกว้างมากขึ้น หากไม่มีการป้องกันอย่างทันท่วงที
จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า กระแสน้ำในลำน้ำห้วยวาเล่ย์มีความแรงในบางช่วง โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะตลิ่งอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มลุกลามเข้ามาใกล้แนวถนนและพื้นที่ใช้สอยของชาวบ้าน ซึ่งสร้างความกังวลต่อความปลอดภัยในระยะยาว
นายบัญชา ลึกกันทึก เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางผู้นำชุมชนไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น โดยได้ดำเนินการรับเรื่องร้องเรียนอย่างเป็นทางการ และได้รายงานสถานการณ์ไปยังนายอำเภอพบพระ รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลวาเล่ย์ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบและหาแนวทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด
“หากเข้าสู่ฤดูฝน กระแสน้ำจะยิ่งเชี่ยวมากขึ้น การกัดเซาะตลิ่งจะรุนแรงกว่าเดิม ซึ่งอาจทำให้ถนนเสียหาย หรือกระทบต่อพื้นที่ของชาวบ้านในวงกว้าง จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการป้องกันก่อนสถานการณ์จะบานปลาย” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว
ทั้งนี้ แนวทางการแก้ไขปัญหาในเบื้องต้น อาจต้องพิจารณาทั้งการเสริมแนวป้องกันตลิ่ง เช่น การวางกระสอบทราย หรือการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันการพังทลาย รวมถึงการสำรวจผลกระทบในภาพรวม เพื่อวางแผนแก้ไขอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ด้านชาวบ้านในพื้นที่ ต่างแสดงความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากลำน้ำดังกล่าวเป็นทั้งแหล่งน้ำสำคัญและอยู่ใกล้พื้นที่อยู่อาศัย หากปล่อยให้การกัดเซาะดำเนินต่อไปโดยไม่มีมาตรการป้องกัน อาจส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่และความปลอดภัยของชุมชนโดยรวม
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทุกฝ่ายอยู่ระหว่างการประสานงานอย่างเร่งด่วน เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างทันท่วงที โดยชาวบ้านต่างคาดหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้ามาดำเนินการ ก่อนที่ฤดูฝนจะมาถึงและทำให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก
ปัญหาการกัดเซาะตลิ่งในพื้นที่ลำน้ำห้วยวาเล่ย์ครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนสำคัญของภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระดับชุมชน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการแก้ไขอย่างจริงจังและยั่งยืน
ชวลิต วิกุลชัยกิจ / รายงาน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง













