back
ศอ.บต.จับมือ คณะนิติศาสตร์ จุฬามหาวิทยาลัย รับข้อมูลเชิงลึกแท้จริงปรับปรุง วงจร พ.ร.บ. บริหารราชการ จชต.
27 มี.ค. 2569 09:46
View: 11

jidapa Pathan
27 มีนาคม 2569 ณ โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์
รองเลขาธิการ ศอ.บต. เป็นประธานโครงการศึกษาการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ.2553
เปิดเวทีรับฟังความคิดเห็น เวทีที่2 ครั้งที่1 สงขลา ที่จัดขึ้นของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้(ศอ.บต.)กับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
และได้รับเกียรติจาก อ.ดร. บุญญภัทร์ ชูเกียรตินักวิจัยโครงการฯ
ตามพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย
พ.ศ. 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายและกฎ ว่าได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายนั้นมากน้อยเพียงใด คุ้มค่ากับภาระที่เกิดขึ้นแก่รัฐและประชาชนหรือไม่ หรือมีผลกระทบอื่นอันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือไม่ เพียงใดเพื่อจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน ซึ่ง "ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" ได้ดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 และกฎหมายลำดับรอง เห็นว่า สมควรมีการแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกล่าวให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีความจำเป็นต้อง ศึกษา วิเคราะห์ รับฟังความคิดเห็นและทบทวนพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขให้กฎหมายมีความทันสมัยสอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ เกิดประโยชน์ต่อประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่กำหนดให้มีหน่วยปฏิบัติงานหลักที่สามารถดำเนินการบูรณาการในการพัฒนาและแก้ไขปัญหาใน พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นระบบ รวมทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนอันจะ ส่งผลให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดังนั้น เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 ว่ามีความเหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน หรือมีปัญหาการบังคับใช้หรือปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวหรือไม่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จึงได้ร่วมกันจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 1 เวที ที่ 2 ที่จังหวัดสงขลา เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากผู้เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้พระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553 อย่างรอบด้าน และนำไปใช้ในการพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ
ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยผมขอขอบคุณคณะผู้จัดงาน และผู้เข้าร่วมงานเสวนาทุกท่านที่สละเวลามาให้ความเห็นในการพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ พ.ศ. 2553
จัดขึ้นเพื่อ ด้วยพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายดำเนินการประเมินผลสัมฤทธ์ที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายและกฎ ว่าได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายนั้นมากน้อยเพียงใด คุ้มค่ากับภาระที่เกิดขึ้นแก่รัฐและประชาชนหรือไม่ หรือมีผลกระทบอื่น อันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือไม่ เพียงใด เพื่อจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน ซึ่ง 'ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" ได้ดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์พระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใด พ.ศ. 2553 และกฎหมายลำดับรอง เห็นวา สมควรมีการแกไขปรับปรุงพระราชบัญญัตีดังกล่าวให้สอดคลอง กับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีความจำเป็นต้องศึกษา วิเคราะห์ รับฟังความคิดเห็นแกะทบทายพระรายบัญญัติดังกล่าง เพื่อนำไปสู่หารปรับปรุงแกไขให้กฎหนายมีความทันสมัยสอดหลอยกับบริบทของพื้นที่ เก็ดประโยชน์ต่อประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดขายแดนภาคใต้ที่กำหนดให้มีหน่วยปฏิบัติงานหลักที่สามารถดำเนินการบูรณาการในการ พัฒนาและแกไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใตให้เป็นระบบ รวมทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยมีผู้เข้าร่วมเวทีจากกลุ่มเป้าหมายจังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
ตามที่ พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562 กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบการบังคับใช้กฎหมายดำเนินการประเมินผลสัมฤทธ์ที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้กฎหมายและกฎ ว่าได้ผลตรงตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายนั้นมากน้อยเพียงใด คุ้มค่ากับภาระที่เกิดขึ้นแก่รัฐและประชาชนหรือไม่ หรือมีผลกระทบอื่น อันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ประชาชนหรือไม่ เพียงใด เพื่อจัดให้มีกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็น และยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่หมดความจำเป็นหรือไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ หรือเป็นอุปสรรคต่อการดำรงชีวิตหรือการประกอบอาชีพเพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน ซึ่ง 'ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้" ได้ดำเนินการประเมินผลสัมฤทธิ์พระราชบัญญัติการบริหารราชการ จังหวัดชายแดนภาคใด พ.ศ. 2553 และกฎหมายลำดับรอง เห็นวา สมควรมีการแกไขปรับปรุงพระราชบัญญัตีดังกล่าวให้สอดคลอง กับสภาพเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปของจังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงมีความจำเป็นต้องศึกษา วิเคราะห์ รับฟังความคิดเห็นและทบทวนพระรายบัญญัติดังกล่าง เพื่อนำไปสู่หารปรับปรุงแกไขให้กฎหนายมีความทันสมัยสอดหลอยกับบริบทของพื้นที่ เก็ดประโยชน์ต่อประชาชน และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทั้งนี้ เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ของการตรากฎหมายว่าด้วยการบริหารราชการจังหวัดขายแดนภาคใต้ที่กำหนดให้มีหน่วยปฏิบัติงานหลักที่สามารถดำเนินการบูรณาการในการ พัฒนาและแกไขปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใตให้เป็นระบบ รวมทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อันจะส่งผลให้เกิดการพัฒนาและแก้ไขปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
โดยมีกลุ่มเป้าหมายร่วมรับฟังจากพื้นที่จังหวัดสงขลาและจังหวัดสตูล
ภายใต้โครงการศึกษาการปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติการบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้
รับฟังจากผู้เข้าร่วมจากภาคทุกภาคส่วนอาทิตัวแทนจากภาคประชาชน องค์กรอิสระ ผู้นำศาสนา หน่วยงานราชการ จังหวัดสงขลา จังหวัดสตูล
ที่ร่วมสะท้อนชัดเจน ข้อเท็จจริงอย่างอิสระ ข้อมูลเชิงลึก เกิดประโยชน์แท้จริง นำข้อมูลเหล่านี้ไปที่จะนำไปวิเคราะห์ ผู้ดำเนินโครงการฯประมวลสรุปสู่การดำเนินการที่จะนำไปเสนอต่อสภาต่อไป เพื่อ พ.ร.บ.ใช้การบริหารราชการ จชต.ต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง










