back
The Patani ออกแถลงการณ์จี้รัฐฯ สอบปมลอบยิง ‘ทนายแวยูแฮ’ สงสัยกลไกรัฐมีส่วนรู้เห็น?
21 มี.ค. 2569 00:25
View: 17

Shukur Dina
The Patani ออกแถลงการณ์จี้รัฐฯ สอบปมลอบยิง ‘ทนายแวยูแฮ’ สงสัยกลไกรัฐมีส่วนรู้เห็น?
ปัตตานี (20 มีนาคม 2569) – กลุ่ม The Patani ออกแถลงการณ์ประณามเหตุลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ (ทนายแวยูแฮ) ส.ส. และนักสิทธิมนุษยชนคนสำคัญ ชี้เป็นการ "ลอบสังหารความหวัง" และทำลายกระบวนการสันติวิธี พร้อมตั้งข้อสังเกตความผิดปกติของมาตรการความมั่นคงในพื้นที่
ประเด็นร้อนในแถลงการณ์:
* กังขาความมั่นคง: ตั้งคำถามถึงระบบกล้อง CCTV ที่ขัดข้องพร้อมกันในวันเกิดเหตุ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน จี้รัฐตอบคำถามว่านี่คือความบกพร่องหรือการสมรู้ร่วมคิด
* ซัด IO บิดเบือน: ประณามความพยายามเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นเรื่องส่วนตัว เพื่อปกป้องผู้มีอำนาจที่อยู่เบื้องหลัง
ข้อเรียกร้องเร่งด่วน:
* ตั้ง กก. อิสระ: ให้มีองค์กรสากลร่วมตรวจสอบนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัลทั้งหมด
* เปิดสภาอภิปราย: จี้สภาฯ เร่งหามาตรการคุ้มครอง ส.ส. ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบประเด็นความมั่นคง
* ดึงต่างชาติจับตา: เรียกร้องประชาคมโลกเฝ้าระวังการใช้อำนาจนอกระบบปิดกั้นสิทธิเสรีภาพประชาชน
The Patani ยืนยันจะเคียงข้างผู้ต่อสู้เพื่อยุติธรรม โดยย้ำว่า "กระสุนอาจปลิดชีพบุคคลได้ แต่ไม่อาจฆ่าความจริงได้"
หมายเหตุ สำหรับแถลงการณ์ฉบับเต็ม
แถลงการณ์ THE PATANI
เรื่อง: ประณามการลอบสังหารทางการเมืองต่อผู้แทนราษฎรและการทำลายพื้นที่สันติวิธี
ตามที่ปรากฏเหตุการณ์อุกอาจเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 กรณีกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธสงครามลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ (ทนายแวยูแฮ) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พร้อมทีมงาน ในพื้นที่ซึ่งมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินและมีมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวดนั้น
The Patani ในฐานะองค์กรเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มุ่งเน้นการขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนและสันติภาพ ขอแถลงจุดยืนและข้อเรียกร้องต่อสาธารณชนดังนี้:
1. นี่คือการลอบสังหารทางความหวัง (Assassination of Hope):
การประทุษร้ายต่อ นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ไม่ใช่เพียงอาชญากรรมทั่วไป แต่คือการโจมตี "สัญลักษณ์ของการตรวจสอบอำนาจรัฐ" ทนายแวยูแฮคือผู้แทนที่นำเสียงของประชาชนผู้ถูกละเมิดสิทธิ ทั้งจากกรณีตากใบ การซ้อมทรมาน และคดีสิทธิมนุษยชนอื่นๆ เข้าสู่กลไกสภาอย่างกล้าหาญ การใช้กระสุนปิดปากผู้แทนราษฎรจึงเท่ากับการประกาศสงครามกับระบอบประชาธิปไตยและกระบวนการสันติวิธีอย่างสิ้นเชิง
2. ความล้มเหลวที่ผิดปกติของกลไกความมั่นคง:
เราขอตั้งคำถามอย่างหนักแน่นต่อ "ความบังเอิญ" ของระบบเฝ้าระวังและกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุที่ขัดข้องพร้อมกันอย่างมีนัยสำคัญ ท่ามกลางด่านตรวจและกำลังเจ้าหน้าที่จำนวนมาก เหตุใดผู้ก่อเหตุจึงสามารถปฏิบัติการและหลบหนีไปได้อย่างง่ายดาย รัฐบาลต้องตอบคำถามนี้ต่อสังคมอย่างตรงไปตรงมาว่า นี่คือ "ความบกพร่อง" หรือ "ความร่วมมือ" ของกลไกอำนาจในพื้นที่
3. การปั่นกระแสข่าวบิดเบือน (IO) คือการซ้ำเติมเหยื่อ:
เราขอประณามปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่พยายามเบี่ยงเบนประเด็นให้เป็นเรื่องความขัดแย้งส่วนตัวหรือการสร้างสถานการณ์กันเอง พฤติกรรม "ร้อนตัว" และการเร่งรีบปิดปากความจริงเช่นนี้ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อของประชาชนว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังที่มีอำนาจเหนือกว่ากลไกยุติธรรมปกติ
ด้วยเหตุนี้ The Patani จึงขอเรียกร้องดังต่อไปนี้:
ประการที่หนึ่ง: ให้รัฐบาลจัดตั้ง "คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงอิสระ" (Independent Fact-Finding Commission) โดยมีตัวแทนจากองค์กรสิทธิมนุษยชนสากลและภาคประชาสังคมเข้าร่วม เพื่อสืบสวนร่องรอยนิติวิทยาศาสตร์และข้อมูลดิจิทัลของกล้องวงจรปิดทั้งหมด
ประการที่สอง: ให้สภาผู้แทนราษฎรเปิดอภิปรายวาระเร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเอกสิทธิ์และความปลอดภัยของผู้แทนประชาชนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบประเด็นความมั่นคง
ประการที่สาม: ขอให้ประชาคมระหว่างประเทศร่วมจับตามองสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้อำนาจนอกระบบใช้ความรุนแรงปิดกั้นพื้นที่ทางการเมืองและการแสดงออกโดยสันติของประชาชน
The Patani ขอยืนยันว่า "กระสุนอาจปลิดชีพบุคคลได้ แต่ไม่อาจฆ่าความจริงหรือเจตจำนงในการทวงคืนความยุติธรรมของชาวปาตานีได้" เราจะยืนหยัดเคียงข้างผู้ที่ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนจนถึงที่สุด
เชื่อมั่นในพลังประชาชนและสิทธิในการกำหนดชะตากรรมตนเอง
The Patani
20 มีนาคม 2569
ข่าวที่เกี่ยวข้อง








