back

เปิดโรงเรียนและเปิดประเทศต้องทำคู่กันที่ชายแดนภาคใต้

26 พ.ย. 2564 06:11 View: 1101
author profile image
Shukur Dina
เปิดโรงเรียนและเปิดประเทศต้องทำคู่กันที่ชายแดนภาคใต้ อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) Shukur2003@yahoo.co.uk ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนฑูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน จากวิกฤตโควิดที่ชายแดนภาคใต้แม้สถิติยังสูงอยู่แต่จากการสัมภาษณ์ของหมอสุภัทร สุวรรณกิจและการแถลงของศบค.ส่วนหน้าสถิติโควิดช่วงพีคสุดน่าจะเลยมาแล้วด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้นำศาสนาในการเชิญชวนประชาชนออกมาฉีดวัคซีนทำให้รัฐเร่งมือที่จะเปิดประเทศ อย่างไรก็แล้วสำหรับคนชายแดนภาคใต้แล้วซึ่งมีวิถีชีวิตอยู่กับการศึกษาทั้งศาสนาและสามัญนั้นอยากให้ทำสองอย่างไปพร้อมกันคือ เปิดการศึกษาและเปิดประเทศ #จับตาผลทางเศรษฐกิจแต่ต้องไม่ลืมยอดโควิดหลังเปิดด่านตากใบ วันที่15 พฤศจิกายน 2564 ทวีศักดิ์ ปิ เปิดเผยว่า “ด่านชายแดน ตากใบ - กาลันกูโบร์ เปิดแล้วครับ สำหรับการขนส่งสินค้า ที่ผ่านด่านศุลกากร แต่สำหรับด่านของ นักท่องเที่ยว นั้น คาดว่า จะเปิดให้ มีการ ผ่านสัญจรไป มาในต้นปีหน้า” #ที่มาการเปิดด่านครั้งนี้ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้เดินทางไปประชุมร่วมกับศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) และจังหวัดที่เกี่ยวข้อง โดยมีภาคเอกชนจังหวัดนราธิวาส เข้าร่วมประชุมด้วยเพื่อเร่งรัดการเปิดด่านทั้งหมด 9 ด่าน ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ซึ่งยังปิดอยู่ 2 ด่าน คือที่จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วยด่านตากใบและด่านบูเก๊ะตา ซึ่งที่ประชุมได้หารือกันและมีข้อสรุปว่าควรเร่งรัดการเปิดด่าน 2 ด่านที่เหลือ เพื่อเพิ่มมูลค่าการค้าชายแดนระหว่างไทยกับมาเลเซียให้เพิ่มขึ้นเร็วขึ้น #จับตาผลทางเศรษฐกิจแต่ต้องไม่ลืมยอดโควิด ทั้งนี้ปี 2564 (ม.ค.-ก.ย.) มาเลเซียเป็นประเทศคู่ค้าชายแดนสำคัญเป็นลำดับที่ 1 ของไทย โดยมีมูลค่าการค้ารวม 239,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.47% และคิดเป็นสัดส่วน 35.73% ของมูลค่าการค้าชายแดนรวมทั้งหมด แน่นอนย่อมส่งผลดีต่อเศรษฐกิจชายแดนทั้งชาวบ้านและรัฐในภาพรวม อย่างไรก็แล้วแต่อย่าลืมปัญหาโควิดที่จะเข้ามาตามแนวชายแดนภาคใต้เพราะแนวพรมแดนของไทยมี 5 จังหวัดที่ติดต่อกับประเทศมาเลเซีย ประกอบด้วย จ.สงขลา จ.นราธิวาส จ.ยะลา จ.ปัตตานี และ จ.สตูล มีอาณาเขตติดกันทั้งทางบก และทางน้ำ มีจุดผ่านแดนถาวร 9 ด่าน และช่องทางธรรมชาติที่สามารถเดินไปมาหาสู่กับได้อีก 30 กว่าช่องทาง จึงเป็นจุดล่อแหลมที่คนสองประเทศเดินทางโดยอาจทำให้แรงงานใช้เป็นช่องทางหลบหนีเข้าเมืองมากขึ้นกว่าเดิม ก็คงฝากนโยบายรัฐว่าจะรองรับปัญหานี้ได้อย่างไร #โรงเรียนศาสนาเสนอเปิดเรียนม.6 ก่อน โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลากว่า 80โรงประชุมร่วมถึงปัญหานักเรียนมัธยมศึกษาปีที่6 ซึ่งอีกไม่กี่เดือนจะต้องเข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยแต่ตลอดทั้งปีการศึกษาพวกเขายังไม่มีโอกาสได้รับความรู้อย่างเต็มที่เพราะเรียนแต่ออนไลน์ซึ่งประสิทธิภาพไม่เหมือนกับOn Site ซึ่งสุดท้ายพวกเขาจะไม่สามารถเชื่อมต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้ดังนั้นทางสมาคมโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามจังหวัดสงขลาจึงยกพลนำเสนอโมเดลต่อผู้ว่าราชการจังหวัดสงขล นายเจษฎา จิตรัตน์ เมื่อวันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2564 เพื่อให้ทางออกซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดเห็นด้วยในหลักการมากๆ นายนัสรูดีน กะจิ นายกสมาคมได้เปิดเผยว่า “ โมเดลเรากับการเปิดเรียนOn-Site เด็กม.6 ซึ่งไม่เกิน15 % ของนักเรียนทั้งโรง ด้วย มาตรการ 5-6-7-8 ทำไมเริ่มเปิดแค่ม.6 ก่อน เราจะคาดหวังให้เด็กม.6 มีอนาคตที่สดใสได้อย่างไร ในการต่อยอดเข้ามหาวิทยาลัยหากไม่ช่วยเหลือพวกเขาในยามวิกฤตที่เขาต้องหยุดเรียนนานเกินไป แน่นอนหากจะเปิดเรียนOn-Site ทั้งโรงเรียนในพื้นที่สีแดงของจังหวัดสงขลาก็เป็นไปไม่ได้ดังนั้นการเปิดเพียงนักเรียนม.6 ซึ่งมีนักเรียนจำนวนไม่เกิน 15 % ของนักเรียนทั้งโรงเรียนสามารถปฏิบัติตามมาตราการ 5-6–7-8 ได้ ดังนี้ #ครู และบุคลากรทางการศึกษา(ดูแลนักเรียนม.6)และนักเรียนม.6 ต้องได้รับวัคซีนมากกว่า 85% แนวปฏิบัติระหว่างเปิดภาคเรียน On-Siteโดยปฏิบัติตาม “มาตรการ 5-6-7-8 ” อย่างเคร่งครัด ดังนี้ ✅ ด้านการจัดการเรียนการสอน ✅ ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ✅ ด้านสาธารณสุข ✅ แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้จัดกิจกรรม ✅ แนวทางปฏิบัติสำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม 6 มาตรการหลัก (DMHT-RC) ได้แก่ เว้นระยะห่าง สวมหน้ากาก ล้างมือ คัดกรองวัดไข้ ลดการแออัด และทำความสะอาด เพิ่ม 6 มาตรการเสริมในการดูแลตนเอง ได้แก่ ใช้ช้อนกลางส่วนตัว ทานอาหารปรุงสุกใหม่ และทะเบียนเข้าออก มาตรการ 7 เข้มงวดโดย ✅ ผ่านการประเมินด้วยระบบ TSC+ และได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด หรือศบค.ส่วนหน้า ✅ มีการเว้นระยะห่าง ✅ มีบริการด้านอาหาร ตามหลักสุขาภิบาลอาหารและโภชนาการ ✅ ผ่านเกณฑ์ด้านอนามัยสิ่งแวดล้อม ✅ มีสถานที่แยกกักตัว ✅ ดูแลเรื่องการเดินทางไป-กลับตลอดเส้นทาง ✅มี School Pass ไว้ตรวจสอบข้อมูลทางสาธารณสุข จัดทำแผนเผชิญเหตุตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หากพบการติดเชื้อโควิด-19 ในโรงเรียน ดังนี้ 1. ปิดเรียน ในกรณีพบผู้ป่วยยืนยัน 1 คน ขึ้นไป จะปิดห้องเรียนเป็นเวลา 3 วัน งดทำกิจกรรมรวมกลุ่มให้ผู้ที่เสี่ยงสูง ให้กักตัวที่บ้าน งดมาเรียนที่โรงเรียน และผู้ที่มีเสี่ยงต่ำให้มาเรียนตามปกติโดยใช้การสังเกตอาการ กรณีพบผู้ป่วยยืนยันมากกว่า 1 ห้องเรียนจะปิดชั้นเรียนเป็นเวลา 3 วัน งดทำกิจกรรมรวมกลุ่มทุกกิจกรรม และปิดโรงเรียน (ตามอำนาจพิจารณาของคณะกรรมการโรคติดต่อ) โดยให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูง ตรวจหาเชื้อด้วยวิธี RT-PCR 2. ไม่ต้องปิดโรงเรียน กรณีไม่พบผู้ป่วยยืนยันในโรงเรียน แต่มีความเสี่ยงติดเชื้อมาจากบ้านหรือชุมชนที่พักอาศัย โดยผู้สัมผัสเสี่ยงสูงจากที่บ้าน ให้สังเกตอาการ 14 วัน หากพบอาการผิดปกติ ให้ไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัย ระหว่างรอผลให้กักตัวที่บ้าน ส่วนผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำจากที่บ้าน ผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ผู้ใกล้ชิดกับผู้สัมผัสเสี่ยงต่ำ ให้สังเกตอาการ 14 วัน โดยไม่จำเป็นต้องหยุดเรียน พร้อมในการปรับเปลี่ยนอาคารสถานที่ภายในโรงเรียนให้เป็นโรงพยาบาลสนามและสถานที่กักตัวหรือสถานที่พักคอย สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการติดเชื้อในระยะต้น ไม่รุนแรง (ระดับสีเขียว) นักเรียนจะต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ปกครอง หากไม่ได้รับการยินยอมโรงเรียนจัดการเรียนออนไลน์ให้ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมในการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยทางด้านร่างกายและจิตใจต่อทุกคน ร่วมกันสร้างสุขอนามัยส่วนรวมและห่างไกลจากโควิด-19 และเพื่อให้ผู้เรียนได้รับการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง สำหรับ นักเรียนที่ยังไม่สามารถ On-Site สถานศึกษา ได้เลือกรูปแบบการเรียนการสอนให้มีความเหมาะสมตามความพร้อมของสถานศึกษา ผ่านการเรียนรู้หลากหลายรูปแบบ การเรียนผ่านโทรทัศน์ On Air การเรียนผ่านหนังสือ On Hand การเรียนการสอน Online การเรียนการสอนแบบ On Demand ในส่วนนักเรียนหอพักที่อยู่ประจำซึ่งส่วนใหญ่โรงเรียนเอกชนเป็นนักเรียนหอพักจะใช้ 8 แนวปฎิบัติในการป้องกันการพร่ระบาด ของโรคโควิด 19 ✅ 1.ตรวจคัดกรอง วัดไข้ และสังเกตอาการเสี่ยงทุกคนก่อนเข้าหอพัก ✅ 2. มีจุดบริการล้างมือด้วยสบู่ และน้ำหรือเจลแอลกอฮอล์บริเวณทางเข้าหอพัก ห้องนั่งเล่นสถานที่ส่วนกลางอย่างเพียงพอ ✅ 3. ทำความสะอาดพื้นที่อาคารเรียนทุกห้อง ตลอดจนพื้นที่หอพัก และเน้นจุดสัมผัสร่วมกัน วันละ 2 ครั้งหากมีผู้ใช้งานจำนวนมากให้เพิ่มความถี่มากขึ้น ✅ 4. จัดเว้นระยะห่าง ลดความแออัด เช่น ระยะห่างของโต๊ะเรียน เตียงนอน ชั้นวางของส่วนตัว มีสัญลักษณ์แสดงจุดตำแหน่งชัดเจน ✅ 5. เปิดประตู หน้าต่าง ระบายอากาศและทำความสาดอย่างสม่ำเสมอ ✅ 6.ผู้เข้ามาหอพักทุกคนต้องสวมหน้ากผ้า หรือหน้ากากอนามัยทุกคน หลีกเลี่ยงการพูดคุยไกล้ชิดเป็นเวลานาน และไม่ใช้ของใช้ส่วนตัวร่วมกับผู้อื่น ✅ 7. มีมาตรการดูแลบุคลากร ครู นักการภารโรง แม่บ้าน ตลอดจนผู้ที่เกี่ยวข้อง หากพบมีอาการเสี่ยง ไข้ จาม ไอ มีน้ำมูก หรืออาการเหนื่อยหอบ ให้หยุดงาน และแนะนำให้ไปพบแพทย์ทันที ✅ 8. กรณีพบผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อ ผู้มีอาการเสี่ยงในหอพัก หรือสถานศึกษา ต้องให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในการสอบสวนโรค และการทำความสะอาดพื้นท่อย่างเคร่งครัด #มาตรการขับเคลื่อนแบบบูรณาการเพื่อรองรับการทั้งเปิดเรียนและเปิดประเทศ 1) เร่งรัดฉีดวัคซีนทั้งรูปแบบ on site และ mobile unit ด้วยการใช้เวทีสภาสันติสุขตำบลภายใต้ การนำของกำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำศาสนา, อสม. และชุดปฏิบัติการกิจการพลเรือนเข้ารณรงค์สร้างความเข้าใจ ให้เกิดความเชื่อมั่นในทุกครัวเรือนพร้อมจัดชุดปฏิบัติการเชิงรุกเข้าตรวจหาเชื้อโควิด – 19 โดย ATK, ฉีดวัคซีน และรักษาตามอาการถึงหมู่บ้าน/ชุมชน/โรงเรียน/ศาสนสถาน 2) ส่งเสริมการเข้าถึงการตรวจหาเชื้อโควิด – 19 โดย ATK ทั้งแบบ professional used และ self used ด้วยการจัดชุดปฏิบัติการเชิงรุกแบบเบ็ดเสร็จ (CCRT) เข้าไปที่หมู่บ้าน/ชุมชน, /โรงเรียน/มัสยิด/ศาสนสถาน/ด่านตรวจ, สถานประกอบการ และสถานบริการสาธารณะต่างๆ รวมทั้งการออกมาตรการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเข้าถึง ชุดตรวจ ATK และยาต้านไวรัสได้ง่ายและราคาถูก 3) นำมาตรการปลอดภัยสำหรับองค์กร (Covid Free Setting) มาใช้อย่างเป็นระบบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม, บุคคลและผู้รับบริการ พร้อมกำหนดมาตรการควบคุมตรวจสอบ และประเมินผลภายใต้การบูรณาการการทำงานร่วมกันของกลไกฝ่ายปกครอง, องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนให้เป็นไปตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข โดยมีเป้าหมายให้มีความพร้อมตามมาตรการ Covid Free Setting 4) เตรียมความพร้อมด้านการรักษาพยาบาลด้วยการปรับเพิ่มรูปแบบการรักษาผู้ป่วยที่ไม่มีอาการเข้าสู่ศูนย์แยกกักตัวชุมชน (ci) และรักษาตัวที่บ้าน (Hi) ให้มากขึ้น พร้อมทั้งกำหนดแนวทางบริหารจัดการขยะติดเชื้อในพื้นที่อย่างเป็นระบบทั้งระบบการเก็บขน และระบบการกำจัดโดยใช้เตาเผาในพื้นที่หากเกินขีดความสามารถจะนำส่งเตาเผานอกเขตพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาขยะติดเชื้อตกค้างในสถานพยาบาลต่างๆ 5. มาตรการอื่นๆ 1) การช่วยเหลือเยียวยา ได้ให้ความช่วยเหลือเยียวยากลุ่มเปราะบางทางสังคมที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์โควิด – 19 รวม 17,086 ราย เป็นเงิน 25,516,285 บาท(จากผลสำรวจของศบค.ส่วนหน้า) ประการสุดท้ายไม่ควรมองข้ามการแก้ปัญหาการขาดสภาพคล่องในสถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยการลดอัตราเงินสมทบประกันสังคมงวดเดือน ก.ย.- พ.ย. 64 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของนายจ้าง และผู้ประกันตน จากสถานการณ์โควิด – 19 ทำให้ผู้ประกันตนในระบบจ่ายเงินสมทบลดลง 10,721 ล้านบาท และนายจ้างจ่ายลดลงเป็น 9,629 ล้านบาท ส่งผลดีต่อผู้ประกันตน และนายจ้างมีสภาพคล่องในการใช้จ่าย และดำเนินกิจการต่อไปได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง