back
“สาทิตย์” ลั่น ปชป.จัดหนักแน่ ซักฟอกรบ.อนุทิน ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ย้อน โกงกันบนหัวยังจัดการไม่ได้ จี้สอบเส้นเงินสาวตัวการใหญ่
1 ต.ค. 2569 15:45
View: 373

The Journalist
“สาทิตย์” ลั่น ปชป.จัดหนักแน่ ซักฟอกรบ.อนุทิน ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ย้อน โกงกันบนหัวยังจัดการไม่ได้ จี้สอบเส้นเงินสาวตัวการใหญ่ ซัดตั้งมท.4คนใกล้ชิดพัวพันคดีมาสอบสวน ส่อไม่โปร่งใส จี้กรมสถ.ตั้งกก.สอบปม “นิติกรเก๊” ที่ตรัง เชื่อมีอีกทั่วปท. สงสัยทำไมเกิดแต่กับสถ.
.
ตรัง-“สาทิตย์” ลั่น ปชป.จัดหนักแน่ ซักฟอกรบ.อนุทิน ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ย้อน โกงกันบนหัวยังจัดการไม่ได้ จี้สอบเส้นเงินสาวตัวการใหญ่ ชี้คนไทยรับไม่ได้ ซัดตั้งมท.4คนใกล้ชิดพัวพันคดีมาสอบสวน ส่อไม่โปร่งใส จี้กรมสถ.ตั้งกก.สอบปม “นิติกรเก๊” ที่ตรัง เชื่อมีอีกทั่วปท. สงสัยทำไมเกิดแต่กับสถ.
.
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดตรัง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ประเด็นที่สังคมติดตามและมีความกังขามากที่สุดเรื่องหนึ่งของรัฐบาลนี้ คือ เรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น ที่ยังไม่เปิดเผยออกมาเลยคือเรื่องเส้นเงิน กระบวนการนี้มีมากถึง 4-5พันล้านบาท แต่มีการยึดทรัพย์ไปมีเพียง 300 ล้านบาท ถือว่าเล็กน้อยมาก กระบวนการนี้ต้องกระชากหน้ากากและจัดการทั้งกระบวนการ ต้องโยงไปถึงตัวการใหญ่ให้ได้ ส่วนที่นายกฯบอกว่ามาโกงกันบนหัวนายกฯ นายกฯจัดการเรื่องบนหัวตัวเองไม่ได้ แล้วจะไปจัดการเรื่องประเทศชาติได้อย่างไร ถ้าหัวเราเป็นเหา เป็นเห็บ ก็ต้องโกน เช่นเดียวกับกระบวนการโกงท้องถิ่น ถ้ามีการโกงบนหัวท่านนายกฯ ก็จำเป็นต้องโกน แต่หากลูบหน้าปะจมูกก็จะไปไม่ถึงไหน กระบวนความน่าเชื่อถือของรัฐบาลต่อกระบวนการฮั้วสว. มันทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลดลงอยู่แล้ว ปัญหาทุกอย่างมันรุมสุมกันหมดแล้วรัฐบาลชุดนี้ สังคมต้องการความชัดเจน รวมทั้งเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่น เพราะเป็นขบวนการใหญ่ อนาคตเด็กที่จบใหม่และอยากหางานทำ แล้วจะมีความเชื่อมั่นในกระบวนการสอบได้อย่างไร ระบบราชการไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนก็ตามจะเป็นที่เชื่อมั่นได้หรือไม่ ในประเทศอินเดีย บังกลาเทศ เรื่องแบบนี้ล้มรัฐบาลมาแล้ว
.
นายสาทิตย์ยังกล่าวถึง กรณีเพจสตรองทุจริตประเทศไทยออกมาแฉ นิติกรเก๊ ปลอมเอกสารหลายรายการ โดยเฉพาะ ทั้งชั้นยศปลอม ปลอมลายเซ็นผบ.มทบ.18 เพื่อขอโอนย้ายข้ามห้วยมานั่งตำแหน่งนิติกรประจำองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะลิบง ต.เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ว่า ที่จ.ตรังมีนิติกรเก๊ ตนได้ติดตามเรื่องนี้อย่างละเอียด และเกิดข้อสงสัยขึ้นว่าทำไมจึงเกิดแต่กับกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบรรจุแต่งตั้ง เรื่องทุจริตเห็นได้ชัดมาก เป็นขบวนการที่จับได้ไล่ทัน ถึงขั้นปปช.สอบสวน พอเกิดเรื่องโอนย้ายทุจริตขึ้นมา กรณีนิติกรเก๊ที่ตรังถ้ามองเรื่องไทม์ไลน์ของการโอนย้ายครั้งนี้ ไม่ได้ทำที่เดียว แต่ทำหลายอบต. จนกระทั่งมาลงที่ตรัง ตนตั้งข้อสงสัยว่าทำไมเกิดแต่กับกรมสถ. สะท้อนว่าระบบบริหารงานบุคคลของกรมสถ.มีปัญหาอย่างยิ่ง และขณะนี้ทุกอย่างเดินตามกรอบเดิมทั้งหมด เรื่องนิติกรเก๊ที่ตรังพอเกิดเรื่องขึ้นมาจริงๆคนมีสิทธิแต่งตั้งคือ ก.จังหวัด และ ก.อบต. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และมีท้องถิ่นจังหวัดเป็นเลขาฯ เรื่องที่จะเข้าวาระต้องผ่านการกลั่นกรองของท้องถิ่นจังหวัดก่อน แต่พอเกิดเรื่องทุกคนกระโดดหนี และโยนเรื่องให้อบต.เกาะลิบง
.
“เรื่องนี้กรมสถ.ต้องตั้งกรรมการสอบทั้งระบบ เพื่อดูว่าการโอนย้ายมัปัญหาอย่างไร และต้องสอบท้องถิ่นจังหวัดที่มีปัญหาทุกจังหวัด ในฐานะที่เป็นตัวแทนของกรมสถ. เราจะปล่อยให้ทุกอย่างลอยและโอนไปให้ปลัดอบต.เกาะลิบงคนเดียวไม่ได้ เพราะเรื่องนี้ก.จังหวัดเป็นคนรับผิดชอบ ไม่ใช่จะโทษปลายทางสุดท้ายอย่างเดียว และกรมสถ.ต้องสอบทั้งประเทศ เพราะกระบวนการโอนย้ายไม่ได้มีแค่รายเดียว รายอื่นทำไปแล้วเท่าไหร่ ถ้าเรื่องนี้ไม่แดงขึ้นมา มันก็เหมือนโกงสอบท้องถิ่นหรือไม่ ที่ทุกอย่างหยวนๆ คนโกงก็รับเงิน คนทุจริตได้เป็นข้าราชการ คนตั้งใจอ่านหนังสือ คนดีๆ ตกกันไป มันบ่งบอกว่านายกรัฐมนตรีในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่โฟกัสกระทรวงตัวเอง”รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
.
นายสาทิตย์ กล่าวว่า กรณีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระนาบเดียวกัน เช่น จากอบต.หนึ่งไปอบต.หนึ่ง สามารถตรวจสอบข้อมูลได้ง่ายกว่า แต่การโอนย้ายข้ามหน่วยต้องมีกรรมการตั้งสองฝ่าย ย้ายมาจากฝ่ายทหารต้องมีกรรมการฝ่ายทหาร ซึ่งกรรมการทั้งสองต้องคุยกัน และมายัง ก.จังหวัดที่เป็นตัวรับ กรณีนี้ตนสงสัยว่าการโอนย้ายข้ามแบบนี้และทำได้หลายอบต. แสดงว่าระบบต้องบกพร่องมาก หรือ มีคนภายในให้ความร่วมมือด้วยหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องสอบระดับประเทศ และเมื่อสาวไปถึงโกงสอบท้องถิ่น อนุมัติ 8,000 ราย บรรจุ 15,000 ราย มันยิ่งไปเจือสมกับการโอนย้ายแบบนี้มากขึ้น ตนจึงเชื่อว่ากรมสถ.มีปัญหา และเป็นปัญหาใหญ่ อีกทั้งข่าวนี้มีสื่อหลายสำนักนำเสนอ แต่กรมสถ.ไม่มีการขยับเลย ดังนั้นตนตั้งใจจะนำเรื่องนี้ไปเสนอในสภา เพื่อให้กรมสถ.ได้ตั้งกรรมการสอบ ว่ากรณีนี้ซ้ำรอยเดียวกับการทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่
.
“อย่างไรก็ตามแม้งานกำกับดูแลกรมสภ.จะมอบให้มท.4ดำเนินการ แต่โดยระเบียบบริหารราขการแผ่นดิน รมว.มหาดไทย หนีความรับผิดชอบไม่พ้น แม้ว่าจะมอบหมายให้ใครรับผิดชอบก็ตาม รัฐมาตรีช่วยเป็นเพียงผู้ช่วยในเรื่องที่มอบหมาย แต่เรื่องกรณีมท.4 ก็มีประเด็นมาก เพราะเกี่ยวกันตั้งแต่ฮั๊วสว. และคนใกล้ชิดมท.4ที่สุด ก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกส่งฟ้องศาลฎีกา และยังมาพันกรณีโกงสอบท้องถิ่น น่าประหลาดใจมากที่นายกรัฐมนตรียังแต่งตั้งบุคคลที่เกี่ยวพันมาจัดการเรื่องนี้ เหมือนตั้งเองและสอบกันเอง ในปัญหาที่ทำกันเอง ซึ่งไม่โปร่งใส และจะนำไปสู่การอภิปราย ส่วนอภิปรายแล้วมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรค่อยดูกันต่อไป”นายสาทิตย์ ระบุ
///
9999999999999999999999999999999999999999999999999999
สาทิตย์
.
เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569 นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงความคืบหน้าในการเตรียมอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่า ประเด็นสำคัญคือสังคมในขณะนี้ติดตามเรื่องฮั๊ว สว. ดังนั้นวันที่ 14 กันยายนที่ผ่านมาที่กกต.มีมติส่งฟ้อง ไม่ใช่วันจบของคดีฮั๊วสว. แต่น่าจะเป็นวันเริ่มต้น เพราะคดีนี้ไม่ใช่เรื่องทุจริตการเลือกตั้งธรรมดา แต่เป็นการทุจริตระดับกระบวนการ ที่ส่งผลกระทบต่อหลักการสำคัญในระบอบประชาธิปไตยคือการตรวจสอบถ่วงดุล เพราะสว.อำนาจที่สำคัญที่สุดคือการสรรหาแต่งตั้งองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นปปช. กกต. หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีหน้าที่ตรวจสอบพรรคการเมือง หากสว.สามารถถูกควบคุมหรือกำกับโดยพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งได้ เมื่อพรรคการเมืองคุมสว. สว.ก็จะชี้นำการแต่งตั้งองค์กรอิสระได้ จนทำให้กรรมการองค์กรอิสระไม่สามารถตรวจสอบนักการเมืองได้ และยิ่งนักการเมืองหรือพรรคการเมืองนั้นไปเป็นรัฐบาล มีอำนาจฝ่ายบริหาร ถือว่าเป็นการคิดรวบและควบคุมเบ็ดเสร็จ
.
นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ดังนั้นทุกฝ่ายจึงให้ความสำคัญกับกระบวนการฮั๊วสว. เนื่องจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับคำวินิจฉัยของกกต. ค้านสายตาค้านความรู้สึกของบรรดานักกฎหมาย ฉะนั้นจากนี้ไปมีประเด็นที่ต้องจับตามอง 3 ประเด็น คือ 1. เมื่อกกต.ส่งคำวินิจฉัยไปยังศาลฎีกาแล้ว เลขากกต.ตอบประธานสภาว่าจะส่งสำนวนทั้งหมดในคณะที่26 ไปให้ศาลฎีกาด้วย ระเบียบศาลฎีกาข้อ 39 ระบุว่าระเบียบศาลฎีกาที่ใช้ไต่สวนสามารถเรียกพยาน และสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้ กระบวนการข้อสงสัยทั้งหลาย เช่น กกต.เสียงข้างน้อยระบุว่า เส้นเงินถูกตัดด้วยมติกกต. 4 ต่อ 3 ซึ่งศาลฎีกาสามารถเรียกสอบได้ เส้นเงินพัวพันถึงใครสามารถเรียกได้หมด หรือแม้แต่ข้อสงสัยเรื่องการทุจริตฮั๊วสว.ว่าจะเกี่ยวกับพรรคการเมืองหรือไม่ หากศาลฎีกาสงสัย ยังสามารถเรียกสอบได้ 2.สำนวนที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ซึ่งทำสำนวนเรื่องอั่งยี่ และ ฟอกเงิน ส่วนนี้ก็ต้องจับตามอง และ 3.เรื่องของการฟ้องกกต. มีหลายมาตราด้วยกันที่ฟ้องได้ เช่น มาตรา 157 ที่สามารถฟ้องได้โดยผู้เสียหาย และขณะนี้มีคนดำเนินการแล้ว
.
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในส่วนการดำเนินการของพรรคประชาธิปัตย์ก็ให้คำปรึกษาตามกฎหมายไปกับสว.สำรอง และอดีตผู้สมัครหลายกลุ่มที่มีการฟ้องไป นอกจากนั้นยังทราบว่า มีคนยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญ โดยผ่านผู้ตรวจการแผ่นดินเรื่องล้มล้างการปกครองแล้วด้วย ถือเป็นกระบวนการหนึ่งที่ต้องจับตามอง การใช้มาตรา 44 ของกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกสว.ก็มีการยื่นไป ฉะนั้นเรื่องสว.ตนคิดว่าไม่จบ และเป็นข้อคาใจอยู่มาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณสมบัติ เรื่องกระบวนการฮั้ว เรื่องเส้นเงิน โดยมติที่คลุมเครือมาก และทุกอย่างฝากความหวังไว้ที่ปปช. ซึ่งไม้รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่
///
ข่าวที่เกี่ยวข้อง














