back
+++รู้ทัน!!! การรับฟังความคิดเห็นการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป+++ +++กรมอุทยานฯ เร่งปิดจ๊อบการประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป รวบรัดมัดมือชกจัดการรับฟังความเห็นตามกฎหมาย แม้กระบวนการยังบกพร่อง และชาวบ้านไม่สบายใจ เพราะยังไม่รู้ว่าเส้นแนวเขตอุทยานฯ อยู่ตรงไหน ดังนั้นวันนี้ Tanah Kita Network
23 พ.ค. 2569 16:24
View: 8

Shukur Dina
+++รู้ทัน!!! การรับฟังความคิดเห็นการกำหนดแนวเขตอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป+++
+++กรมอุทยานฯ เร่งปิดจ๊อบการประกาศอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป รวบรัดมัดมือชกจัดการรับฟังความเห็นตามกฎหมาย แม้กระบวนการยังบกพร่อง และชาวบ้านไม่สบายใจ เพราะยังไม่รู้ว่าเส้นแนวเขตอุทยานฯ อยู่ตรงไหน ดังนั้นวันนี้ Tanah Kita Network จึงมาให้ข้อมูลปัญหาของการจัดรับฟังความคิดเห็นนี้กัน+++
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 มาตรา 77 กำหนดไว้ชัดเจนว่าก่อนการตรากฎหมายทุกฉบับหรือการบังคับใช้กฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน รัฐจะต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้องและวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
ดังนั้น ในพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 จึงต้องระบุให้มีการรับฟังความคิดเห็นไว้ เพื่อให้การใช้อำนาจของรัฐในการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติ การขยาย หรือการเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ นั้นชอบด้วยกฎหมายและไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
ต่อมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงออกประกาศกระทรวงเรื่อง “การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ชุมชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนในการกำหนดพื้นที่ การขยาย และการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติ วนอุทยาน สวนพฤกศาสตร์ และสวนรุกขชาติ พ.ศ. 2565 ”
การจัดให้การรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมดังกล่าวดูจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ในความเป็นจริงนั้น กระบวนการรับฟังนั้นกลับว่า “ไม่รับฟัง” แต่เป็นเพียงกระบวนการ “สร้างความชอบธรรม” บนความไม่ชอบธรรมที่รัฐกำลังดำเนินการ กล่าวคือ
1.ในการจัดรับฟังความคิดเห็นฯ เจ้าหน้าที่ของรัฐมีอำนาจเพียงฝ่ายเดียวในการดำเนินการ การเลือกวิธีการ การจัดทำข้อมูล และการจัดทำรายงาน
2.การจัดรับฟังความคิดเห็นฯ เป็นเพียงหน้าที่ที่เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องต้องทำเพื่อให้ครบขั้นตอนตามกฎหมาย เท่านั้น ขณะที่การสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมจากประชาชนเป็นเพียงเรื่องที่ทำพอเป็นพิธี
3. ในกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียถูกลดทอนให้เป็นเพียง “ผู้มีความเห็น” ขณะเจ้าหน้าที่เป็น “ผู้รับฟังความเห็น”
4. ความเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเป็นพียงแค่ส่วนหนึ่งของ “รายงาน” ที่ใช้เพื่อ “ประกอบการพิจารณาดำเนินการ” ในการกำหนดให้พื้นที่บริเวณใดเป็นอุทยาน
5. แม้ในการจัดรับฟังความคิดเห็นฯ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชน จะไม่เห็นด้วยหรือยังมีข้อคลางแคลงใจกับพื้นที่บริเวณที่จะกำหนดให้เป็นอุทยานฯ แต่ก็ถือว่าการจัดรับฟังความคิดเห็นฯได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว โดยจะนำไปสู่ขั้นตอนการเสนอให้คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบต่อไป
สำหรับในกรณีอุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (เตรียมการ) ซึ่งทางสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 สาขาปัตตานี กำลังอยู่ระหว่างดำเนินการรับฟังความคิดเห็นฯ อยู่ในขณะนี้นั้น พบว่ามีประเด็นปัญหาสำคัญคือ
หนึ่ง เจ้าหน้าที่ไม่ได้ให้ความใส่ใจต่อการประชาสัมพันธ์กระบวนการรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้เสีย เห็นได้จากการใช้ภาษาไทยในเอกสารที่ติดประกาศ ซึ่งในพื้นที่ที่จะประกาศเขตอุทยานฯ นั้น ชาวบ้านราว 95% ใช้ภาษมาลายูถิ่นเป็นภาษาแม่ ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากไม่ได้รับรู้ว่าจะมีการดำเนินการใดๆ บ้าง
สอง ในขั้นตอนการกำหนดเขตของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกซีโป (เตรียมการ) นั้น แม้เจ้าหน้าที่จะอ้างว่าเจ้าหน้าที่ได้ทำการเดินสำรวจใหม่และกันที่ดินทำกินของประชาชนออกจากการกำหนดเป็นพื้นที่อุทยานฯ เรียบร้อยแล้ว ตามการเคลื่อนไหวร้องเรียนของประชาชน แต่คำถามคือ จะสามารถตรวจสอบหรือมีหลักประกันอย่างไรว่านี่เป้นความจริง เพราะถึงตอนนี้ประชาชนรายที่มีที่ดินติดบริเวณที่คาดว่าจะเป็นเขตอุทยานฯ ก็ยังไม่ทราบว่าเส้นแนวเขตอุทยานฯ ที่จะประกาศนั้นอยู่ตรงไหนกันว่า แม้เจ้าหน้าที่จะได้จัดทำแผนที่แสดงที่ตั้งและแนวเขตอุทยานฯ ฉบับใหม่มาเรียบร้อยแล้ว แต่ยังไม่มีแสดงสัญลักษณ์บนพื้นดินจริงแต่อย่างใด ซึ่งสร้างความกังวลให้แก่ประชาชนเจ้าของที่ดินเป็นอย่างมาก
ข่าวที่เกี่ยวข้อง



